Category Archive : วิทยาศาสตร์

ภาวะโลกร้อนปัญหาพื้นฐานที่จะทำลายล้างมนุษย์

อากาศร้อนถือว่าเป็นอีกหนึ่งฤดูที่หลายๆ ประเทศจะต้องพบเจอกันอยู่แล้ว แต่แปลกนะว่าหรือไม่ที่ปัจจุบันโลกของเรานั้นร้อนเพิ่มมากขึ้นจากแต่ก่อน หากย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีที่ว่าอากาศร้อนก็ยังสู้อากาศที่ร้อนในตอนนี้เลยไม่ได้เสียด้วยซ้ำ ตามหลักของวิทยาศาสตร์แล้วนั้นเป็นเพราะว่าโลกของเราเองนั้นก็มีอุณหภูมิความเป็นของตัวมันเอง เพราะใต้เปลือกร้อนลึกลงไปนั้นมีความกดอากาศที่ต่ำมาก

ทั้งนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่โลกของเรามีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง เราจึงหนีไม่พ้นอุณหภูมิความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้อย่างแน่นอน แต่มันก็ยังไม่สำคัญเท่ากับการกระทำของมนุษย์เสียหรอก รู้หรือไม่ว่ามนุษย์โลกนี่แหละที่กำลังทำให้โลกร้อนเพิ่มมากขึ้น บางคนอาจจะคิดว่าการที่โลกนั้นคงไม่เป็นอะไรหรอก

แต่ในความจริงได้มีผู้ที่ล้มป่วยและเสียชีวิตโดยมีสาเหตุเพราะทนต่อสภาพความร้อนไม่ไหว ทำให้มีการวิจัยและสันนิฐานออกว่า สภาวะโลกร้อน สามารถฆ่าคนได้ ถือว่ามันเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ทั่วโลกให้ความสำคัญในการแก้ไข เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ภาวะก๊าซเรือนกระจก ที่ลอยขึ้นไปยังชั้นบรรยากาศจนทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น

ส่งผลต่อโลกหลายๆ ด้านเช่น น้ำแข็งขั้วโลกละลายจนทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น สิ่งมีชีวิตบางเผ่าพันธุต้องย้ายถิ่นฐานและหาแหล่งที่อยู่อาศัยใหม่ ในบางพื้นที่ของโลกจะแห้งแล้งหนักมากขึ้น ฤดูร้อนจะมีระยะเวลาที่ยาวนานมากขึ้นและฤดูหนาวนั้นจะมีระยะเวลาที่สั้นลง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อมนุษย์และระบบนิเวศ

โดยเฉพาะประชากรในเขตเมืองหนาวที่ไม่คุ้นชินกับอากาศที่ร้อนเพิ่มขึ้น ทำให้ปรับสภาพร่างกายไม่ทัน และไหนยังสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงยังส่งผลต่อการเพาะปลูกของมนุษย์อีกด้วย ซึ่งเท่ากับว่าเราจะขาดแคลนอาหารในเวลาต่อมา และด้วยปัญหาของการที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นนั้นจะส่งผลทำให้พื้นแผ่นดินบางส่วนจะถูกจมลงไปใต้น้ำ

ทำให้ที่อยู่อาศัยของมนุษย์นั้นถูกจำกัดพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ภาวะโลกร้อนหลายคนจึงมองว่าเป็นแสงแดดและมักจะโทษดวงอาทิตย์อยู่เสมอ ซึ่งในความเป็นจริงดวงอาทิตย์นั้นมีอุณหภูมิคงที่ของมันและยิ่งมันมีอายุมากขึ้นอุณหภูมิของมันก็จะยิ่งต่ำลง แต่ที่เรามักจะบอกว่าดวงอาทิตย์ร้อนนั้นเป็นเพราะชั้นบรรยากาศของโลกเกิดความแปรปรวน

ทำให้การไกลเวียนของชั้นบรรยากาศนั้นล้อมเหลวนั้นเอง แล้วสาเหตุนี้เราจะโทษใครได้ถ้าไม่ใช่การกระของมนุษย์อย่างพวกเรานั้นแหละ ที่ส่งผลทำให้เกิดสภาวะโลกร้อนอย่างถ่องแท้

หากโลกหยุดหมุน โลกจะเหมือนดาวพุธ

ถ้าโลกหยุดหมุนรอบตัวเอง โลกจะเป็นอย่างไร? มีใครเคยตั้งคำถามนี้กับตัวเองหรือไม่ ซึ่งในทางของวิทยาศาสตร์เองก็ไม่สามารถที่จะหาคำตอบในเรื่องนี้ได้เช่นเดียวกันว่า แท้จริงแล้วการหมุนของโลกนั้นส่งผลในทางด้านใดบ้าง แต่เป็นสิ่งที่แน่ยัดและได้รับการยืนยันแล้ว ว่าเรื่องการหมุนรอบตัวเองของโลกนั้นมีผลต่อเรื่องของเวลาโดยตรง และปรากฏการณ์ต่างๆ ต้องขอบอกก่อนเลยในเรื่องของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงข้อสันนิฐานที่องค์กร NASA ได้สันนิฐานไว้เพียงเท่านั้น ไม่ได้บอกว่ามันจะเกิดขึ้นจริง อย่างการที่มนุษย์เราจะลอยขึ้นสู่อากาศ และไม่ใช่แค่มนุษย์เพียงเท่านั้น

ยังรวมไปถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆและสิ่งของต่างๆที่อยู่พื้นก็ลอยขึ้นมา ตามมาด้วยแรงเหวี่ยงอย่างรวดเร็ว และเกิดลมพายุที่รุนแรง การที่โลกหยุดหมุนรอบตัวเองจะส่งผลให้พลังงานบนโลกมีความแปรปรวน ทำให้ระดับน้ำในทะเลและในมหาสมุทรสูงเพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ

และที่ได้บอกไปว่ามันเกี่ยวข้องกับเรื่องเวลาโดยตรงนั้นก็มีส่วนที่จะทำให้เวลาบนโลกเดินช้าลง ซึ่งปกติแล้วเวลาบนโลกนั้นคือ 1 วัน เท่ากับ 24 ชั่วโมง แต่เมื่อโลกหยุดหมุนรอบตัวเองเวลาเองก็เปลี่ยนไปด้วยจะกลายเป็นว่า 1 วัน เท่ากับ 365 วันเลยทีเดียว ทั้งยังทำให้น้ำที่ตรงกับเส้นศูนย์สูตรสูงขึ้นมากินพื้นที่แผ่นดิน ทำให้แผ่นทุกแยกออกเป็น 2 ฝั่ง

ไปทางขั้วโลกและขั้วโลกใต้ ทำให้โลกเปลี่ยนการเรียกทวีปให้เหลือแค่ 2 ทวีปนั้นก็คือ ทวีปเหนือ และ ทวีปใต้ ในส่วนของสภาพอากาศฤดูกาลเองก็เปลี่ยนแปลง โลกจะเหลือแค่ 2 ฤดูเท่านั้นคือ ฤดูร้อน บ ฤดูหนาว ที่ระยะเวลา 6 เดือนเต็มเท่าๆกัน และอีกหนึ่งผลกระทบที่ในบทความนี้ได้นำมาเสนอนั้นก็คือ การที่โลกจะเปลี่ยนแปลงเหมือนกับดาวพุธ

นั้นก็คือโลกจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งโดยชัดเจน ฝั่งร้อน และ ฝั่งหนาว แน่นอนว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดนั้นเป็นโลกหยุดหมุนแล้ว ฝั่งที่ร้อนก็จะร้อนตลอดไป สว่างตลอดไป และร้อยเพิ่มมากขึ้น ในส่วนอีกฝั่งก็มืดสนิท ไม่มีวันได้สัมผัสกับแสงสว่างและความร้อน เพราะจะมีแต่อาการหนาวและจะหนาวมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

อย่างไรแล้วอย่างที่ได้กล่าวไปทั้งหมดคือข้อสันนิฐานจากองค์กร NASA ที่มีการวิเคราะห์ตามหลักทฤษฎีต่างๆที่น่าจะมีผลต่อการหมุนของโลก ซึ่งเหตุการณ์อาจจะมีความเป็นไปได้แต่คงไม่ใช่เวลานี้ อาจจะต้องใช้เวลานานถึงหลายล้านพันปีเลยก็เป็นได้ เราที่อยู่ในปัจจุบันเองก็คงไม่มีทางได้เห็นอย่างแน่นอน แต่ในอนาคตถ้าหากว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ ก็เพียงแต่หวังว่าเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์จะก้าวหน้ามากกว่านี้ เพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์เหล่านี้ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  รหัสคูปอง rb88

มนุษย์ยุคปัจจุบันจะมีวิวัฒนาการต่อไปอีกไหม

เดิมทีแล้วได้มีนักวิทยาศาสตร์ค้นหาสาเหตุของการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์ และการกำเนิดขึ้นของมนุษย์บนโลกนี้ และไม่ได้มีเพียงนักวิทยาศาสตร์แค่คนเดียวหรือกลุ่มเดียวเท่านั้นที่ทำการค้นหาในเรื่องนี้ เพราะได้มีแนวความคิดต่างๆออกมามากมาย อย่างเช่น มนุษย์เกิดขึ้นโดยเซลล์ชนิดหนึ่ง เมื่อได้รับพลังงานจากน้ำ แสงแดด ทรัพยากรทางธรรมชาติ รวมกันจนกลายเป็นปลา ในเวลาต่อมาจึงกลายเป็นสัตว์เลื้อยคล้าย

ครึ่งน้ำครึ่งบก จนเป็นมนุษย์ หรือ อีกแนวความคิดว่าคือ มนุษย์เกิดจากลิง แต่ไม่สามารถค้นหาได้ว่าลิงนั้นเกิดขึ้นมาจากอะไร เพราะลิงนั้นรูปร่าลักษณะคล้ายกับมนุษย์หลายๆส่วน ทั้งกระดูก สมอง อวัยวะต่างๆภายใน ทำให้ทฤษฎีที่ว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการมาจากลิงถูกเผยแพร่และยอมรับกันเป็นที่แพร่หลาย ถึงแม้ว่าข้อมูลทั้งหมดทั้งมวลยังไม่สรุปออกมาอย่างแน่ชัด และในปัจจุบันก็ยังคงมีนักวิทยาศาสตร์ผู้ที่กำลังหาคำตอบในเรื่องการเกิดของมนุษย์บนโลกใบนี้อยู่อย่างแน่นอน เอาล่ะ ในเมื่อเราต่างก็รอคอยคำตอบว่า มนุษย์เกิดจากอะไร

แต่สิ่งหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์มีความเชื่อเดียวกันคือ การวิวัฒนาการ ไม่ว่ามนุษย์จะเกิดจากอะไรแน่นอนว่าสิ่งตั้งต้นนั้นจะต้องมีการวิวัฒนาการหรือการพัฒนาเกิดขึ้น นั้นหมายถึงว่ามนุษย์เราก่อนหน้านี้ไม่ได้มีลักษณะแบบอย่างที่เห็นกันอยู่อย่างนี้โดยทั่วไป แต่มีการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างเช่น รูปร่าง สมอง เป็นต้น จึงเป็นคำถามที่ว่า แล้วในมนุษย์ยุคปัจจุบันจะมีวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ คำตอบคือ แน่นอน มนุษย์จะมีการวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและค่อยๆเป็นค่อยๆไป

ตามหลักฐานการค้นพบร่างของมนุษย์เมื่อยุคก่อนๆพบว่า มนุษย์มีผมสีดำ สีน้ำตาล มีดวงตาเป็นสีดำ สีน้ำตาล ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงให้ได้อย่างชัดเจนว่า ในปัจจุบันที่มนุษย์มากมายที่มีดวงตา และสีผมแต่กำเนิดแตกต่างกัน นั้นหมายความว่า มนุษย์ได้มีวิวัฒนาการทางกายภาพที่เห็นได้ชัดเจน

ซึ่งมันก็จะเป็นพันธุกรรมที่ต่อยอดต่อการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ และการถ่ายทอดพันธุกรรมนี้ก็เปรียบเสมือนเป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้เกิดการวิวัฒนาการ ซึ่งได้มีการสันนิฐานว่า มนุษย์ในอนาคตจะมีรูปร่างที่สูงเพิ่มมากขึ้น เพราะโดยปกติแล้วเราจะต้องสูงกว่าพ่อหรือแม่ของเราคนใดคนหนึ่ง และเมื่อเราไปมีลูก ลูกของเราก็จะสูงกว่าเราแน่นอน

เป็นเช่นที่ถูกถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่เห็นได้ชัด และรวมไปถึงปัจจัยอื่นๆอย่าง สิ่งแวดล้อม และอาหาร ซึ่งในอนาคตคาดว่าสภาพสิ่งแวดล้อมและอาหารจะเปลี่ยนแปลงไป เพื่อทำการอยู่รอดต่อไปบนโลกใบ สรุปได้ว่าเรื่องที่มนุษย์จะวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นไหมนั้นมีความเป็นไปได้สูง และอาจจะถึงขั้นที่ว่าโครงสร้างระบบต่างๆภายในร่างกายของเราก็เปลี่ยนจนข้ามสปีชีร์ และมนุษย์สปีชีร์ปัจจุบันก็จะเริ่มสูญพันธุ์ก็เป็นได้

 

ขอขอบคุณ  alpha88 เครดิตฟรี  ที่ให้การสนับสนุน

ดาวเคราะห์น้อยพุ่งเฉียดโลก

นอกจากนี้ได้มีนักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ชื่อดังของต่างของสหรัฐรายงานข่าวด่วนเข้ามาว่าด้านสำนักงานบริหารอวกาศและการบินสหชาติสหรัฐหรือว่านาซาตอนนี้ได้มีการประกาศเตือนว่าจะมีดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดใหญ่กว่าตึกในนครนิวยอร์กจะพุ่งเฉียดโลกในอีก4วันข้างหน้าก็คือวันเสาที่10สิงหาคมนี้

ซึ่งมันจะเฉียบโลกเฉยทุกคนไม่ต้องไปแตกตื่นรู้สึกว่าเหมือนจะมีคลิปลักษณะของดาวเคราะห์น้อยเขาได้บอกเอาไว้ว่าภาพของข่าวด่วนวันนี้ได้ออกตีแผ่ไปทั่วโลกและดาวเคราะห์น้อยนี้ได้มีชื่อว่า2006qq23ซึ่งได้มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า350เมตรถ้าเราเปรียบเทียบกันง่ายๆเลยในรู้ภาพคือมันจะเฉียดโลกในวันเสาที่10สิงหาคมจนทำให้หลายฝ่ายได้วิตกกังวลว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นไหมกับโลกของเราถึงขนาดที่ว่าได้มีการประเมินสถานการณ์แล้วว่า

ในขณะนี้มันอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อโลกของเราได้โดยผู้เชียวชาญทางนาซาได้ประเมินว่าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้น่าจะเคลื่อนผ่านโลกโดยได้มีระยะห่างจากโลกประมาณ7.4ล้านกิโลเมตร

โดยผู้อำนายการใหญ่ทางนาซาได้เตือนว่ารัฐบาลแต่ละแห่งทั่วโลกควรจะต้องเตรียมความพร้อมแล้วในการป้องกนประชาชนของตัวเองจากการคุกคามของดาวเคราะห์น้อยถึงแม้ว่าจะมีความเสี่ยงที่มันจะพุ่งชนโลกยังถือว่ามันยังคงมีอยู่ในระดับต่ำแต่มันจะมีโอกาศที่จะเกิดขึ้นมาได้และถ้ามันเป็นแบบนี้จริงอยากจะถามว่ามันจะเป็นยังไงบ้างเราลองมาเทียบเส้นผ่าศูนย์กลางกับตึกเอ็มไพร์สเตทดาวเคราะห์กับตึก

ซึ่งได้กล่าวเอาไว้ว่าเส้นผ่าศูนย์กลางพอๆกันเลยเส้นผ่าศูนย์กลางดาวเคราะห์น้อย570เมตรจากการคาดการของนาซาและเมื่อเราได้เอาไปเปรียบเทียบมันจะเท่ากับตึกเอ็มไพร์สเตทซึ่งได้มีความสูง443เมตรและระยะเวลาอีก4วันคือวันที่10สิงหาคมมันจะเฉียดเข้าสู่โลกและได้มีการประเมินกันว่าถือว่ามันควรจะต้องรีบมีการป้องกัน

เนื่องจากนี้เราก็ได้ไปถาทางด้านอาจารย์สวัสดีนายกดาราศาสตร์ไทยว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมทางนาซาได้ออกมาเตือนกันแบบนี้ปรากฎว่าทางด้านของอาจารย์อารีได้อกกับเราว่าถ้าเทียบกับระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์เอาง่ายๆเลยมันจะมีความห่างถึงประมาณ18เท่า

โดยปกติแล้วโลกกับดวงจันทร์นั้นมีระยะห่างประมาณ380,000กิโลหรือเรียกว่า1เท่าดังนั้นเมื่อได้ฟังข้อมูลแล้วจะเห็นว่ามันค่อนข้างที่จะอยู่ไกลพอสมควรเราไม่สามารถที่จะมองเห็นมันได้ดวงตาเปล่าจะต้องใช้กล้องที่มีขนาดใหญ่ในการส่องดาวเคราะห์น้อยที่มันกำลังจะพุ่งเข้ามาเฉียบโลกส่วนที่บอกว่ามันจะใกล้โลกมากๆที่มันอาจจะมีความอันตรายกับโลกเลยบอกเลยว่ามันไม่ได้มีผลอะไรกับโลกของเรา

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  rb88 pantip

มนุษย์ต่างดาวเพาะพันธุ์โดยใช้มนุษย์

                ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ติดตามหรือชื่นชอบในเรื่องของมนุษย์ คุณคงจะเคยได้ยินสินะว่าได้มีผู้ที่อ้างว่ามนุษย์ต่างได้มารักพาตัวไป เอาล่ะเมื่อพูดมาถึงตรงนี้แล้วหากใครที่ไม่ได้เป็นผู้ที่ติดตามในเรื่องของมนุษย์ต่างดาวก็อาจจะงงกัน ก่อนที่จะบอกว่ามนุษย์ต่างดาวทำอย่างนั้นจริงๆหรือ คงต้องเท้าความกันก่อนว่า มนุษย์ต่างดาวนั้นมีอยู่จริงหรือไม่

ถ้าคุณเป็นคนสงสัยในเรื่องนี้นั้นเกิดจากความที่คุณไม่เชื่อ หรือ คุณไม่เคนเห็นด้วยตัวของคุณเองเท่านั้น ในความเป็นจริงแล้วเรื่องของมนุษย์ต่างดาวนี่ถือว่าเป็นเรื่องซับซ้อนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ขนาดทางวิทยาศาสตร์เองก็ยังให้คำตอบที่แน่ชัดไม่ได้กับการมีอยู่ของมนุษย์ของมนุษย์ต่างดาว นั้นเป็นเพราะอะไร?

เพราะจักรวาลอย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่ามันกว้างใหญ่ไพศาลมาก จุดเริ่มต้นและจุดที่สิ้นสุดนั้นอยู่ตรงไหนก็ไม่มีใครทราบได้ สิ่งหนึ่งที่วิเคราะห์จากการที่บอกว่ามีมนุษย์ต่างดาวอยู่จริงนั้นก็คือ การเกิดทฤษฎีบิ๊กแบง จากเหตุการณ์นั้นทำให้มีการนำมาตั้งคำถามหลายๆอย่าง ถ้าโลกเราเกิดจากการระเบิดครั้งนั้น แปลว่าจะต้องมีส่วนประกอบอื่นที่เกิดขึ้นจากการระเบิดครั้งนั้นกระเด็นไปในแต่ละทิศทางที่ห่างกันออกไป

เพราะถ้าโลกเกิดมาจากสิ่งๆหนึ่งที่เป็นสิ่งเดียวกันแล้วละก็ นั้นเท่ากับว่าจะต้องมีดาวที่เหมือนกับโลกอีกหลายดวงอย่างแน่นอน และไม่ใช่แค่เรื่องทรัพยากร แต่ยังหมายถึงการมีสิ่งชีวิตถือกำเนิดขึ้นอีกด้วย มันจึงเป็นไปได้ว่าการวิเคราะห์นี้จะแสดงถึงการมีอยู่จริงของมนุษย์ต่างดาว มาเข้าเรื่องของหัวข้อของเราดีกว่า มนุษย์ต่างดาวเพาะพันธุ์โดยใช้มนุษย์ นั้นเป็นคำล่าวจะมนุษย์โลกที่อ้างตัวว่า เขานั้นถูกมนุษย์ต่างดาวจับตัวไป

แล้วได้ไปเห็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆของมนุษย์ต่างดาว ซึ่งตัวเขาเองนั้นรอดเพราะร่างกายไม่มีเงื่อนไขที่มนุษย์ต่างดาวต้องการ สิ่งที่บุคคลคนนี้กำลังกล่าวนั้นหมายความว่า ในโลกของมนุษย์ต่างดาวนั้นได้มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ที่ก้าวไปไกลกว่าโลกของเราอย่างมาก เพราะสามารถสร้างยานพาหนะที่เดินทางมาด้วยความไวแสงได้ รวมไปถึงการเพาะพันธุ์โดยใช้มนุษย์ แต่นั้นเป็นสาเหตุอะไรที่ทำให้มนุษย์ต่างดาวต้องเพาะพันธุ์กลุ่มคนตัวเองจากมนุษย์

ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงนั้นไม่มีใครทราบได้ ว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นกำลังทดลองทำอะไรอยู่ แต่ถึงอย่างไรแล้วเรื่องนี้เราควรมีความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่า ยังไม่มีอะไรมาเป็นข้อพิสูจน์ได้ถึงการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์ต่างดาว มีเพียวแค่การวิเคราะห์จากทฤษฎีที่ถูกสร้างขึ้นมากเท่านั้น

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  rb88

ไวรัสทำไมถึงเล่นงานปลอดมนุษย์เพียงอย่างเดียว?

ซึ่งในระหว่างนี้ในขณะที่มีเชื้อไวรัส-2019ได้กระจายตัวนั้นในช่วงแรกๆเราเองจะยังไม่รู้ตัวเราจะไม่รู้ตัวเลยว่าเชื้อนั้นมันได้เข้าไปอยู่ในร่างกายแล้วจนมันกระจายได้พอสมควรจากนั้นร่างกายเรามันก็จะเริ่มรู้แล้วว่าเริ่มมีสิ่งแตกปลอมเข้ามาในร่างกาย

นอกจากนั้นด้านกองทัพของภูมิคุ้มกันในร่างกายของเรามันก็จะรวบรวมกำลังออกมาสู้กับไวรัสและสำหรับในบางคนในช่วงนี้ที่ตัวเราจะเริ่มมีออกอาการไอจามและก็จะแพร่เชื้อต่อไปให้กับคนอื่นๆเพราะว่าเม็ดเลือดขาวนั้นที่มันได้เป็นภูมิคุ้มกันของเรานั้นมันเริ่มที่จะทำการต่อสู้กับเจ้าไวรัสที่มันได้เข้าไปอยู่ในร่างกายของเรา

ซึ่งพวกมันก็จะพยายามที่จะทำงานกันอย่างกันเพื่อสู้กับไวรัสเพื่อที่จะให้ไวรัสนั้นตายและในช่วงเวลานี้เองที่มันได้ทำให้เซลล์ปลอดได้เกิดความเสียหายเกิดเป็นบาดแผลแล้วก็เป็นแผลเป็นทีนี้เราทำไมมันถึงจะต้องมาเป็นเจ้าไวรัสโคโรน่าสายพันใหม่-2019ที่ก่อให้เกิดเจ้าโควิดได้อย่างรวดเร็วกว่าไวรัสโคโรน่าสายพันอื่นๆ

นอกจากนี้ได้มีงานวิจัยได้ตีพิมพ์ในวันที่13มีนาคม ได้พบจุดที่น่าสนใจก็คือว่าเจ้าสไปโปรตีนหรือเจ้าหนามของไวรัสโคโรน่าสายพันใหม่-2019มันสามารถจับได้กับตัวรับรีซิสเตอร์หรือในเซลล์Genetic Material ที่อยู่ในร่างกายของมนุษย์ได้หนาแน่หรือยึดแน่นกว่าไวรัสโคโรน่ากว่าสายพันอื่นอย่างเช่นสายพันที่ทำให้เกิดโรคซาร์สถึง10เท่า

นอกจากนี้มันยังได้มีการตีบทความอ้างอิงในงานวิจัยต่างๆว่าสไปโปรตีนไวรัสโคโรน่าสายพันใหม่-2019ก็แข็งแรงกว่าสไปโปรตีนของโคโรน่าสายพันที่มันสามารถทำให้ก่อเกิดโรคซาร์สถึง4เท่าพูดง่ายๆว่าความรุนแรงของมมันที่ได้เข้าได้แบ่งตัวแล้วทำร้ายเซลล์ในร่างกายของเราอาจจะไม่เท่าซาร์สหรือเบอร์แต่มันดันไปเกาะกับACE-2ได้อย่างหนาแน่นกว่าทั้งซาร์สหรือเบอร์เราจะเพิ่มความเข้าใจให้กับทุกคนนิดนึงเกี่ยวกับตัวรับหรือว่ารีซิสเตอร์

ซึ่งไวรัสโดยปกติแล้วมันจะมีคุณบัติของมันในตัวซึ่งมันจะมีการตอบสนองต่อเซลล์ในแต่ละเซลล์ของร่างกายของสิ่งมีชีวิตไม่เหมือนกันและก็ได้มีสามารถในการอยู่รอดในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละอย่างก็มีความแตกต่างกันอย่างเช่นไวรัสชนิดหนึ่งอาจจะสามารถเกาะติดกับเจ้าสิ่งมีชีวิตได้หลายประเภททั้งคนและก็สัตว์หรือตัวรับสามารถพบได้ทุกส่วนของร่างกายก็จะทำให้ติดเชื้อในหลายระบบของร่างกายไม่ใช่เพียงแค่ปลอดแต่ส่วนอื่นๆด้วย

 

สนับสนุนโดย  betbbthai

มนุษย์ ก็คือ มนุษย์ต่างดาว

คุณเคยเห็นมนุษย์ต่างดาวตัวจริงหรือไม่? แต่จะว่าไปแล้วคนที่ได้พบกับมนุษย์ต่างดาวนั้นก็ถือว่ามีน้อยมากเลยนะ ซึ่งทำให้ได้มีกลุ่มคนทั้งให้ความเชื่อกับเรื่องนี้ และที่ไม่ให้ความเชื่อนั้นเป็นเพราะหาสิ่งที่นำมาพิสูจน์ไม่ได้ และไม่เคยเห็นกับตาของตัวเอง สิ่งหนึ่งที่เรามักจะคิดว่าอยู่เสมอเรื่องมนุษย์ต่างดาวนั้นก็คือ สิ่งมีชีวิตเราเหล่านั้นที่เราเรียกเขาว่ามนุษย์ต่างดาว เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่นอกดาวโลกของเรา

นั้นหมายถึงว่าเขาเดินทางมาจากดาวดวงอื่นๆที่อยู่นอกโลก แต่อาศัยอยู่จักรวาลเดียวกันกับเราหรือต่างจักรวาล ซึ่งถือว่าแนวคิดนี้ถูกการเผยแพร่ออกไปเป็นวงกว้าง แต่ถึงอย่างไรนั้นก็ใช่ว่าจะมีคนเชื่อ แต่เพราะมีคลิปวิดีโอถูกปล่อยออกมา ซึ่งเป็นคลิปที่ถูกอ้างว่าเป็นการบันทึกภาพวิดีโอการสอบปากคำจากมนุษย์ต่างดาวตัวจริง

โดยฐานลับสุดยอดของอเมริกา หรือที่ทราบกันดีในชื่อ แอเรีย 51 เมื่อปีค.ศ.1964 ซึ่งได้นำมนุษย์ต่างดาวที่พบและจับกุมตัวเอาไว้มาสอบปากคำต่างๆ ซึ่งหนึ่งในคำถามนั้นก็คงหนีไม่พ้นกับคำถามที่ใครๆต่างก็อยากทราบว่าให้แน่ชัดว่า แท้จริงแล้วมนุษย์ต่างดาวนั้นเดินทางมาจากที่ไหน ดาวดวงใด จักรวาลแห่งนี้ใช่หรือไม่ แล้วเดินทางมายังดาวโลกที่มนุษย์เราอาศัยอยู่ทำไม ซึ่งคำตอบของมนุษย์ต่างดาวนั้นอาจจะดูฟังแล้วสับสนในตอนแรก แต่ถ้าหากลองจับจำใจความดีๆแล้วก็คงพอเข้าใจได้ไม่ยาก มนุษย์ต่างดาวที่ถูกสอบปากคำนั้นได้ให้คำตอบว่า พวกเขานั้นไม่ได้เดินทางมาจากที่ไหน

ไม่ได้มาจากดาวดวงอื่น แต่พวกเขานั้นคือเรา ใช่ คำตอบของมนุษย์ต่างดาวนั้นหมายถึงว่ามนุษย์เรากับมนุษย์ต่างดาวคือสิ่งเดียวกัน อาจจะฟังดูงง ซึ่งในคำถามต่อมานั้นก็คือ จะบอกว่าเราในอนาคตเปลี่ยนสายพันธุ์เป็นพวกคุณใช่หรือไม่ สิ่งที่มนุษย์ต่างดาวตอบคือ ใช่ ในอนาคตมนุษย์จะมีการเปลี่ยนแปลงทางสปีชีส์ และโครงสร้างของร่างกาย ทำให้มนุษย์ในยุคปัจจุบันไม่สามารถอาศัยอยู่ต่อไปได้

จะมีเพียงมนุษย์บางส่วนเท่านั้นที่จะสามารถรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่โลกเปลี่ยนไปได้ และคำตอบนี้ก็ดูจะเป็นที่น่าตกใจต่อเจ้าหน้านี้ นั้นหมายความว่าพวกเขาได้ย้อนเวลากลับมาอีกอย่างนั้นหรือ แล้วกลับมายังอดีตเพื่ออะไร ซึ่งคำตอบของมนุษย์ต่างดาวก็คือ ในอนาคตเทคโนโลยีจะก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ที่เดินทางกลับมานั้นเพื่อจะหาสาเหตุในอดีตว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเพียงเท่านั้น

ไม่ต้องการกลับมาเพื่อแก้ไขแต่อย่างนั้น ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนเพราะในโลกอนาคตของพวกเขานั้นถูกจารึกเหตุการณ์เหล่านั้นไว้เรียบร้อยแล้ว และนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของคลิปวิดีโอลับนี้ ในส่วนที่เหลือคือการพูดถึงการเกิดจักรวาล การเกิดโลก การเกิดมนุษย์ การที่มนุษย์สูญพันธุ์ แต่ถึงอย่างไรนั้นก็ไม่มีข้อมูลแน่ชัดแต่อย่างใดว่าคลิปวิดีโอเป็นของจริง ฉะนั้นแล้วเรื่องอาจจะต้องทำการพิสูจน์และตรวจสอบกันต่อไป

 

สนับสนุนโดย    ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

การออกเพื่อสำรวจของโรเวอร์

มาร์ส คิวริออสซิตี ราคา 2,500ล้านเหรียญ เป็นโรเวอร์ที่ล้ำยุคที่สุดที่เคยตรวจสอบสภาพของดาวอังคารเว้นเสียแต่เก็บรูปถ่ายความคมชัดสูงแล้วก็ตัวอย่างของอากาศกับลมในเวลาที่มันเดินทางผ่านผิวดาวแล้วมันยังสามารถหมุนกล้องถ่ายภาพได้เองด้วยความรู้ความเข้าใจที่ทำให้วิศวกรนาซ่าวิเคราะห์รวมทั้งไขปัญหาจากโลกได้น่าประหลาดที่ใน50วันสุริยะที่ทำภารกิจโรเวอร์ส่งภาพลึกลับกลับมายังโลก

แสดงสิ่งที่นักวิจัยบางบุคคลมองเห็นเป็นเงารูปร่างเหมือนมนุษย์กำลังปฏิบัติงานกับโรเวอร์เมื่อมองดูจากภาพพวกเราจะมองเห็นคนที่ตรงนั้นแล้วก็ถึงแม้พวกเขามิได้สวมหมวกแต่ว่าดูราวกับว่าจะใส่วัสดุอุปกรณ์แล้วก็แว่นอะไรบางอย่างแล้วทำให้คนคาดการณ์ว่าสิ่งที่ทำอยู่บนดาวอังคารอาจมีมากยิ่งกว่าที่นาซ่าและก็แผนการอวกาศของกองทัพกล่าวว่าพวกเราทำได้นาซ่าเข้าใจดาวอังคารมากยิ่งกว่าที่บอกพวกเราเยอะแยะพวกเขาปลดปล่อยรูปพวกเขายอมปล่อยข่าวพวกเขามิได้เอ่ยถึงมันโดยรวมแต่ว่าพวกเพียงแค่ยินยอมให้ผู้ที่มีตาผู้ที่ต้องการมองเห็นดูของเหล่านี้

แล้วเข้าใจว่ามันเป็นยังไงแต่ว่าพวกเขาไม่บอกอะไรเนื่องจากว่าพวกเขาถูกผูกมัดด้วยความเป็นจริงทางด้านการเมืองนั่นเอง จอร์ช นูรี นักทอล์ค โชว์ทางวิทยุมีชื่อวัย 68ปี ได้บอกว่าพวกเราได้รับโทรศัพท์จากคนชื่อแจ็คกี้

ซึ่งกล่าวถึงว่าเธอเป็นอดีตพนังงานของนาซ่าเธอเล่าเรื่องใหญ่ว่ายานโรเวอร์ของพวกเราส่งภาพที่นาซ่าได้อุบเอาไว้ภาพมนุษย์กำลังเดินไปเดินมาบนดาวอังคารและก็เธอน่าไว้ใจเป็นอันมากเธอดูเหมือนจะทราบดีว่าเรื่องที่เธอกล่าวกำลังพูดถึงอะไรอยู่มีทฤษฏีเสมอว่ามีแผนการอวกาศซ้อนโครงการอวกาศที่พวกเราทราบมันเป็นแผนการลับมันเป็นโครงงานที่เงินหลายล้านล้านเหรียญได้หายไปเฉยๆ

และไม่มีคนไหนทราบว่าเงินหายไปไหนไม่มีผู้ใดรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นรูปถ่ายจำนวนไม่ใช่น้อยได้รับการรับรองแล้วก็เฉลยคำตอบแล้วว่าไม่ใช่หลักฐานของอารยธรรมจากต่างดาวบนดาวอังคารนั่นรวมถึงใบหน้าบนดาวอังคารด้วยซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วที่พวกเรามองเห็นเป็นใบหน้านั้นมีสาเหตุมาจากแสงแล้วก็เงาที่ตกกระทบกันนั่นเองแล้วก็ถึงแม้ว่าหลายภาพได้ถูกพิสูจน์สุดแท้แต่ก็ไม่อาจจะไขปัญหาของภาพได้ทั้งหมด

ได้แฮกเกอร์ชาวสก็อตแลนด์ชื่อแกรี่แมคคินนอนแฮ็กฐานข้อมูลของที่นาซ่าแล้วก็เจอไฟล์ที่มีรายนามของสิ่งที่เรียกว่าเจ้าหน้าที่นอกโลกเจ้าหน้าที่ในกองทักที่อาศัยรวมทั้งดำเนินงานอยู่นอกดาวโลกของพวกเรา

ซึ่งนอกโลกมิได้เป็นดาวอังคารเสมอไปแต่ว่ามันหมายความว่าในอวกาศแล้วก็มันระบุว่ามีแผนการอวกาศลับสุดยอดบางสิ่งที่ประชาชนไม่เคยรับรู้อาจมีดำเนินการลับของทหารสหรัฐบนดาวอังคารใช่หรือไม่ถ้าหากมีมันเกิดขึ้นนานมากแค่ไหน

 

 

สนับสนุนโดย  next88 บาคาร่า

สนามแม่เหล็กหายเมื่อโลกหยุดหมุน

หัวข้อในบทความนี้จะมาพูดถึงเรื่องการที่สนามแม่เหล็กของโลกหายไป ที่สาเหตุมาจากการที่โลกหยุดหมุนรอบตัวเอง ในความเป็นจริงแล้วการที่โลกหยุดหมุนรอบตัวเองนั้นไม่ได้เกิดผลเสียต่อเรื่องสนามแม่เหล็กอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีปรากฏการณ์ต่างๆที่จะสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อโลกหยุดหมุนรอบตัวเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นข้อสันนิฐานของการเกิดปรากฏการต่างจากการที่โลกหยุดรอบตัวเองนั้น

ในทางของวิทยาศาสตร์เองก็ไม่ให้คำตอบที่เป็นสิ่งยืนยันไม่ได้ว่ามันจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่วิทยาศาสตร์สามารถยืนยันได้ก็คือการหมุนรอบตัวเองของโลกจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเวลาอย่างแน่นอน ข้อสันนิฐานในเรื่องของเวลานั้นก็คือ โลกของเรานั้นจะมีเวลาที่ยาวนานมากขึ้น

โดยปกติอย่างที่ทราบกันดีว่า 1 วัน จะเท่ากับ 24 ชั่วโมงเท่านั้น แต่เมื่อโลกหยุดหมุนรอบตัวเองจะมีการเปลี่ยนแปลงโดยที่ 1 วัน จะเท่ากับ 365 วัน ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากที่เราจะข้ามไปพบกับเวลาช่วงกลางวันหรือกลางคืนของวันถัดไป และในส่วนของเรื่องปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นก็คือ ทุกอย่างบนโลกจะลอยขึ้นมาได้ ทั้งสิ่งของและสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์และสัตว์ก็ด้วย ต่อมาจะเกิดแรงเหวี่ยงอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างที่ลอยจะถูกเหวี่ยงที่มาพร้อมกับพายุที่มีความรุนแรงเป็นอย่างมาก ยังทำให้พลังงานบนโลกหยุดการทำงาน ส่งผลต่อระดับน้ำในทะเลและน้ำในมหาสมุทรที่จะสูงเพิ่มมากขึ้น

ทำให้เกิดคลื่นยักษ์กลายเป็นสึนามิที่จะทำให้พื้นแผ่นเกิดความเสียหาย ชั้นบรรยากาศของโลกทุกๆชั้นจะมีความแปรปรวน การไหลเวียนของอากาศจะมีปัญหา พื้นที่น้ำที่อยู่ตรงเส้นศูนย์สูตรจะเกิดแรงเหวี่ยงทำให้แทรกไปยังพื้นแผ่นดิน ก่อให้เกิดความแยกของแผ่นออกไปทางฝั่งขั้วโลกเหนือ และขั้วโลกใต้ มีความเป็นไปได้ว่าในอนาคตจะกลายเป็น 2 ทวีปโดยไม่มีการแบ่งชื่อทวีปอย่างในปัจจุบัน เมื่อแบ่งเป็น 2 ทวีปแล้วยังไม่พอ โลกก็ยังจะเหลือแค่ 2 ฤดูอีกด้วยนั้นก็คือฤดูร้อนกับฤดูหนาวเท่านั้น ที่จะมีระยะเวลาของแต่ละฤดู 6 เดือนเท่าๆกัน

และโลกจะมีความคล้ายกับดาวพุธที่เมื่อหยุดหมุนแล้วโลกจะถูกแย่งออกเป็น 2 ฝั่งอย่างชัดเจนคือ ฝั่งหนาวและฝั่งหนาว โดยแต่ละฝั่งจะไม่มีทางได้สัมผัสสภาพอากาศของอีกฝั่งอย่างแน่นอน มาในส่วนของเรื่องสนามแม่เหล็กที่หายไป การที่สนามแม่บนโลกหายไปนั้นส่งผลทำให้โลกเราศูนย์เสียการปกป้องรังสีที่เข้ามาทำร้าย โลกจะต้องเจอรังสีและลมสุริยะเข้ามาปะทะอย่างรุนแรง

ซึ่งทำให้สิ่งมีชีวิตและมนุษย์ไม่สามารถที่จะอยู่รอดได้ เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงแค่การสันนิฐานที่อาจจะเกิดขึ้นจริงในอีกหลายล้านปีข้างหน้า ซึ่งเราที่อยู่ในปัจจุบันอาจจะได้พบเจออย่างแน่นอน แต่ถ้าหากว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ เชื่อเถอะว่าในเวลานั้นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบนโลกเราอาจจะมีการพัฒนาที่ล้ำสมัยมากเพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์เหล่านี้ก็ได้

 

สนับสนุนโดย  entaplay ดาวน์โหลด

ทฤษฎีSailing Stonesที่เชื่อว่าทำให้หินโมไอเคลื่อนที่

สำหรับเรื่องราวของหินโมไอมันก็ได้มีอยู่อีกหนึ่งทฤษฎีที่เขาเรียกกันว่าSailing Stones โดยการปรากฏการณ์Sailing Stonesครั้งนี้มันคือปรากฏการณ์ที่หินมันสามารถที่จะขยับได้โดยที่ไม่ต้องมีแรงพลักไม่ต้องมีแรงดันหรือไม่ต้องมีใครเข้ามากระทำกับมันเลย ซึ่งหลักการตรงนี้เขาได้มีการอธิบายเอาไว้ว่าในการที่จะเกิดSailing Stonesนั้น

มันจะต้องมีอยู่สามปัจจัยด้วยกันที่มันจะเกิดก็คือ มันจะต้องมีน้ำที่ละลายมาจากน้ำแข็งจะต้องมีน้ำค้างน้ำแข็งและจะต้องมีลมหรือมีอะไรชักอย่างที่มันพอจะเป็นแรงพลักเล็กๆน้อยๆั่นเอง โดยหลักการในการทำงานเขาบอกว่าได้มีหินวางอยู่บริเวณพื้นผิวน้ำที่เป็นน้ำละลายจากน้ำแข็งและเมื่อถึงฤดูหนาวที่มันสามารถทำให้น้ำกลายได้นั่นมันก็จะทำให้น้ำตรงนั้นเคลือบตรงบริเวณของหิน

และทำให้อุณหภูมิของหินเยนตัวลงอีกด้วยและเมื่อระยะเวลาผ่านไปจนทำให้น้ำแข็งนั้นละลายอุณหภูมิขอหินมันก็ยังเย็นตัวอยู่และยังมีน้ำแข็งเกาะอยู่ที่บริเวณโดยรอบจึงทำให้แรงเสียดทานลดลงเป็นจำนวนมากจนมันสามารถทำให้หินมันสามารถเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเองได้นั่นเองแต่ตรงนี้ต้อขอบอกก่อนว่ามันก็จะมีทั้งคนเชื่อและคนไม่เชื่อคนที่เชื่อตรงนี้ก็มีคนที่เชื่อว่าโมไอมีชีวิตก็มีและก็ยังมีคนที่เชื่อว่ามันอาจจะมีทฤษฎีอื่นมันก็ยังมีเช่นกันแต่ถามว่าปริศนาโมไอบนเกาะอีสเตอร์มันหมดแต่เพียงเท่านี้หรือเปล่าเอาจริงๆแล้ว

มันยังมีอีกถ้าเอาล่าสุดที่พึ่งค้นพบและล่าสุดที่พึ่งขุดเจอเลยคือได้มีการค้นพบท่อนตัวท่อนไหล่และลำตัวของโมไอที่ได้ถูกฝั่งเอาไว้อยู่ใต้ดินด้วยและที่ สำคัญไปกว่านั้นก็คือบนลำตัวของโมไอที่เขาได้มีการขุดค้นพบมันได้มีลาดลายบางอย่างถูกสลักเอาไว้ นักวิทยาศาสตร์บางคนเขาเชื่อว่ามันอาจจะเป็นลาดลายของเสื้อหรือมันอาจจะเป็นลาดลายที่เขาได้มีการสลักเอาไว้แต่ สำหรับบางคนเขาได้เชื่อกันว่าลาดลายสลักตรงนี้

มันอาจจะมีที่มาที่ลึกซื้งไปกว่านั้นและถ้าเราได้ไขปริศนาตรงนี้ได้มันก็อาจจะบ่งบอกถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการสร้าโมไอขึ้นมาก็เป็นได้และลอยสลักตรงนี้เราก็ได้ไปดูมาเอาจริงๆเราก็ไม่อยากมโนขึ้นมาแต่มันก็มีความคล้ายกับตัวอักษรของอียิปต์โบราณบางตัวเหมือนกันตรงนี้มันก็แล้วแต่ความคิดของแต่ละบุคคล ซึ่งมันก็ยังไม่ไดมีการพิสูจน์อะไรก็รอดูในอนาคตก็แล้วกัน

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า entaplay