Category Archive : วิทยาศาสตร์

ความใฝ่รู้ของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ผลิตกังหันลมจากเศษกองขยะ

วันนี้ทางเว็บ คาสิโนออนไลน์ 2020  ของเราจะพาไปดูเรื่องราวของเรื่องจริงที่ไม่มีกล้องจับภาพเอาไว้แล้วจะมีใครที่จะมาเชื่อและมันจะมีเรื่องอะไรที่มันทำให้น่าสนใจบ้างเราได้ดูพร้อมกันเลยดีกว่า

วิลเลี่ยม คัมแควมบ้า

สำหรับเรื่องนี้ก็ได้พูดกันว่าได้มีหนุ่มน้อยอายุเพียง14ปีชาวมาลาวีคนนี้ ซึ่งเขาก็ได้มาจากครอบครัวที่แสนจะยากจนซึ่งเขาได้มีอาหารที่เอาไว้กินวันละหนึ่งมื้ออีกทั้งไร่นาของเขาก็ได้เจอกับภัยแร้งเป็นเดือนๆแต่ด้วยความที่เขานั้นได้รักในการเรียนรู้และได้ชอบอ่านหนังสือวิทยาศาสตร์จนมาวันหนึ่งตัวของเขาเองนั้นก็ได้เข้ามาศึกษาในเรื่องของกังหันลม

ที่ได้เอาไว้ใช้วิดน้ำและเอาไว้ใช้ทำการเกษตรรวมไปถึงผลิตไฟฟ้าได้เขาจึงได้ไปรวบรวมวัตถุจากกองขยะและได้นำเอามาสร้างเป็นกังหันลมทำเองที่มันสามารถกระแสงไฟฟ้าได้จริง ซึ่งเขายังได้บอกอีกว่าก่อนที่ตัวเขานั้นจะค้นคว้าความอัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์นั้นเขาเองก็ได้เป็นแค่เพียงชาวนาคนหนึ่งธรรมดาๆในประเทศที่ได้มีแต่ชาวนายากจน

เขารู้สึกดีมากที่เขานั้นได้เรียนโรงเรียนมัธยมเขาก็เลยจะทำทุกอย่างเท่าที่มันจะเป็นไปได้เพื่อให้ได้รับการศึกษาเขาเลยไปที่ห้องสมุดเขาได้อ่านหนังสือวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะฟิสิกส์ ซึ่งมันก็ได้เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่มันทำให้เขานั้นได้ความรู้ในเรื่องนั้นมันได้เขียนเอาไว้ว่ากังหันลมเอาไว้ใช้สูบน้ำและผลิตไฟฟ้าได้เขาก็ได้คิดและทำดูเขาได้ไปเจอใบพัดรถรถเทรลเตอร์โช๊คอัพ

และท่อพีวีซีและเขาก็ได้ใช้กรอบล้อจักรยานกับไดนาโมของรถยนต์เก่าๆเพื่อนำเอามาสร้างเครื่องจักรของเขา ซึ่งในช่วงที่เขาได้ผลิตขึ้นมานั้นเขาสามารถที่จะติดไฟขึ้นมาได้ประมาณหนึ่งหลอดต่อมาก็ได้ประมาณ4หลอดพร้อมกับตัวที่เอาไว้ตัดวงจรไฟที่สร้างขึ้นมาตามมอเตอร์ไฟฟ้าและในอีกประมาณครึ่งหนึ่งก็ได้เอาไว้ใช้เพื่อทำการสูบน้้ำ

เพื่อเอาไว้ใช้ทำชลประทานและในปัดจัยจากเด็กชายคนนี้นั้นก็ได้ต่อยอดวัตถุของกังหันลมและใช้วัตถุที่เขานั้นสามารถที่จะหามันได้จากกองขยะจึงทำให้ตัวของเขานั้นได้ประสบความสำเร็จ และก็ยังต้องบอกเลยว่ามันได้เป็นสิ่งที่ได้สร้างแรงบันดานใจให้กับผู้ที่ใฝ่รู้เป็นอย่างมากกันเลยที่เดี่ยวต้องบอกเลยว่ามันเป็นอะไรที่แสนจะวิเศษเอามากๆจากเด็กชายคนนี้ที่ได้อ่านหนังสือและได้นำเอามาปรับใช้และผลิตมันขึ้นมาเพื่อให้มันนั้นใช้ได้จริง

สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้

น้ำตกลึกลับ

สำหรับสถานที่น้ำตกแห่งนี้ ซึ่งได้อยู่ทางตอนเหนือของทะเลสาบสุพีเรียที่อยู่ในเมืองมินนิโซตา นอกจากนี้ทางน้ำตกนั้นมันยังได้แบ่งเป็นลำน้ำประมาณสองสาย ซึ่งน้ำตกลำน้ำแรกมันจะไหลลงไปทางด้านของทะเลสาบ แต่สิ่งที่จะต้องแปลกนั้นมันก็คือน้ำตกอีกลำน้ำหนึ่งนั้นมันได้ไหลลงไปด้านหลุมลึกลับที่มองอย่างไรมันก็ไม่มีทางออก นอกจากนี้ได้ความสงสัยดังกล่าวน้ำที่มันได้ไหลลงไปข้างในหลุมนั้นมันจะมีจุดทางออกอยู่ที่ไหนกัน

จากนั้นจึงได้มีนักวิทยาศาสตร์ได้เข้ามาทำการทดลองนำเอาไม้ทาสีและก็เอาลูกปิงปองโยนลงไป ผลก็ได้ออกมาแล้วว่ายังไม่ได้พบเห็นด้านสิ่งของเหล่านั้นเลยอีกทั้งมันก็ยังไม่มีล่องรอยใดๆให้เห็นเลยและมันก็ได้หายไปตลอดกาล เนื่องจากผู้คนที่ได้สงสัยถึงความเป็นมาของน้ำที่มันอยู่ในหลุมนั้นพวกเขาก็ได้มีทฤษฎีต่างๆนานาอย่างมากมาย

บางคนก็บอกว่าหลุมดังกล่าวนั้นมันได้เป็นประตูมิติเพื่อไปสู่อีกอาณาจักรหนึ่งและบางคนก็ได้บอกว่าหรือข้างใต้หลุมน้ำนี้มันจะมีโลกที่อยู่ใต้น้ำมันจึงมีร่องน้ำเพื่อให้สายน้ำนั้นได้ไหลลงเข้าไปได้แต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็เป็นเพียงแค่บางทฤษฎีเท่านั้นที่หลายคนได้คิดขึ้นมาในความเป็นจริงแล้วของน้ำตกแห่งนี้มันก็ยังได้เป็นปริศนาที่ยังไม่สามารถอธิบายในจนมาถึงปัจจุบันนี้

แสงไฟเฮสดาเลน

สำหรับแสงไฟนั้นมันได้เกิดขึ้นมาด้านบนภูเขาที่มีขนาดเล็กที่หมู่บ้านเฮสดาเลนที่มันตั้งอยู่ในประเทศนอร์เวย์ ซึ่งดวงไฟที่มีความลึกลับของแสงไฟนี้ ซึ่งมันก็ได้มีลักษณะที่เป็นแสงขนาดใหญ่มั่งและมีขนาดที่เล็กบ้าง ซึ่งดวงไฟนั้นมันก็จะมีทั้งสีขาวแล้วก็มีสีเหลืองและสีแดง เนื่องจากนี้แสงไฟดังกล่าวนี้มันก็ยังได้ส่องสว่างไปทั่วบนท้องไฟ หรือในบางทีมันก็ยังได้ปรากฎขึ้นมาเป็นลูกไฟ

ที่มันได้ลอยไปและก็ลอยมา ซึ่งในบ้างครั้งเองดวงไฟนี้มันก็ยังได้หายไปอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญนี้มันยังได้มีข่าวรายงานมาอีกว่า ซึ่งได้มีผู้คนที่ได้เข้าไปเห็นสิ่งของที่มีความลึกลับบางอย่างที่มันได้มีคู่กับแสงไฟของเฮสดาเลน

นอกจากนี้มันก็ยังได้ทำให้ใครหลายคนนั้นได้เชื่อกันว่า สิ่งที่มันได้มาพร้อมกับแสงนั้นมันก็น่าจะเป็นยานufoของเหล่าบรรดาเอเลี่ยนนั้นเอง นอกจากนี้เมื่อในปี1983 ก็ได้มีการจัดตั้งทำโครงการเฮสดาเลนเพื่อได้ทำการศึกษาหาความรู้เพื่อที่จะหาสิ่งที่เกิดมาจากของลำแสงเหล่านี้แต่แล้วพวกเขาก็ยังไม่สามารถที่จะให้คำตอบได้เลยว่าแสงดังกล่าวนี้มันได้เกิดขึ้นมาจากอะไรกันแน่

 

 

สนับสนุนโดย  next88 

เรื่องราวการไปในเขตพื้นที่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

ทุกวันนี้ยังได้มีเรื่องราวต่างๆมากมายที่ ซึ่งมันได้เป็นเรื่องที่มันน่าพิศวงที่มันได้เกี่ยวข้องกับเรือและเครื่องบินอีกมากมายในBermuda Triangleที่มันได้เป็นเหลี่ยมเบอร์มิวด้า เนื่องจากบริเวณในพื้นที่แห่งนี้มันได้เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มันได้อยู่แถวมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งมันได้ตั้งอยู่ในฟลอริดา ปอร์โตริโกและรวมไปถึงเบอร์มิวด้า

เนื่องจากในพื้นที่แห่งนี้ได้เป็นสถานที่ที่มันได้มีชื่อเสียงรวมไปถึงเรื่องราวของปรากฎการณ์ที่ได้มีความลึกลับในส่วนของเรือและเครื่องบินเยอะแยะมากมาย ที่มันได้สาปสูญหายไปในเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ทั้งนี้ด้านสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ก็ยังได้มีอีกหนึ่งชื่อที่ได้กล่าวขานกันว่ามันได้เป็นสามเหลี่ยมแห่งปีศาจ ซึ่งการปราการณ์ในทั้งนี้มันได้อยู่ในช่วงสถานการณ์ที่ยากเกินจะอธิบายมันได้ เนื่องจากว่าได้มีเรืองและเครื่องบินได้หายไปอย่างไม่มีวี่แวว ทั้งนี้ก็ยังได้ทีด้านทฤษฏีมากมายที่ได้มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่มันได้เกินขึ้นมาตรงที่บริเวณแห่งนี้ อย่างเช่น การสูญหายเครื่องบิน มันได้เกิดมาจาอฝีมือของมนุษย์ต่างดาวหรือUFO

หรือมันอาจจะเป็นเรือที่มันได้อับปางจมลงทะเล ซึ่งเหตุมันอาจจะเกิดมาจากสัตว์ประหลาดที่มันอยู่ในผิวน้ำที่มันเป็นความลึกลับ แต่ถึงอย่างไรก็ตามที่ได้กล่าวมานี้มันยังคงเป็นเพียงด้านทฤษฏีเพียงเท่านั้น ซึ่งในจุดที่มันได้เป็นเรื่องลี้ลับของเรื่องนี้มันคือด้านสามเหลี่ยเบอร์มิวด้าที่พิศวง เนื่องจากประมาณปี1945

ซึ่งได้มีเครื่องบินทิ้งระเบิดตอร์ปิโดของอเมริกันประมาณ5ลำ ที่มันได้หายไปอย่างไม่มีวี่แววตรงพื้นที่ของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า หลังจากนั้นเมื่อไม่นานปัจจุบันสำหรับเครื่องบินอีกประมาณ75ลำรวมไปถึงเรือประมาณร้อยกว่าลำที่มันได้หายไปในบริเวณสามเหลี่ยมเอบร์มิวด้า ทั้งนี้ยังได้มีรายงานมาว่าได้มีเรือและเครื่องบินได้สูญหายในวันที่1ตุลาคม2015

ซึ่งได้มีลำเรือที่ได้บรรทุกสินค้าelfaro ที่ได้หายเข้าไปในพื้นที่แห่งนั้น ซึ่งมันได้เป็นลำเรือของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มันกำลังแล่นจากฟอลริด้าเพื่อข้ามไปยังเปอร์โตริโก นอกจากนี้เรือดังกล่าวมันก็ได้หายไปอย่างไม่มีวี่แวว เมื่อไม่นานมายังได้มีการรายงานอีกว่า ได้พบเห็นการปะทุกับชองภูเขาไฟที่มันได้อยู่ใต้น้ำของมหาสมุทรนี้ จากนี้ที่ภูเขาไฟปะทุขึ้นมานั้นมันก็ได้ทำให้เรืออับปางลงหรือป่าว

ซึ่งถ้าหากว่าได้ย้อนไปในวันที่20มิถุนายน 2005ก็ยังได้มีอีกหนึ่งเรื่องที่ได้เกิดขึ้นครั้งใหญ่ ซึ่งได้มีเครื่องบินPiper PAเขาได้หายเข้าได้ในพื้นที่ของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า รวมไปถึงผู้ก็ได้หายเข้าไปในพื้นที่แห่งนั้นจำนวนสามคน

ถนนชาร์จรถยนต์ของประเทศสวีเดน

วันนี้เราจะขอนำเอาสิ่งที่ทุกคนนั้นไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนและในวันนี้ทุกๆคนจะได้เห็นสิ่งเหล่านี้เป็นครั้งแรกในชีวิตและมันจะมีอะไรบ้างที่เรานั้นไม่เคยเห็นไปดูกันเลย

ถนนชาร์จไฟได้

สำหรับใครหลายๆคนก็คิดอยากที่จะมีรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามันก็อาจจะต้องมีถนนหนทางที่มันสามารถที่จะชาร์จไฟฟ้าได้เช่นเดียวกัน สำหรับในปัจจุบันเรานั้น หากแม้ว่าจะมีถนนที่รถยนต์ไฟฟ้าจะสามารถที่จะขับวิ่งได้สำหรับในการชาร์จไฟฟ้าในหนึ่งครั้งมันจะเพิ่มมาแล้วกว่า200ไมล์ก็ตาม เนื่องจากในการที่จะเข้ามาพัฒนาถนนที่มันจะทำการชาร์จไฟฟ้าได้ให้กับรถยนต์ที่วิ่งอยู่เหล่านี้ได้แล้วมันก็ยังได้เป็นสิ่งที่มันจะต้องจำเป็นต้องมี

อีกทั้งมันยังสามารถที่จะเข้าไปให้ความสนับสนุนด้านอุตสาหกรรมรถยนต์ที่จะทำให้รถยนต์ที่ได้ใใช้พลังงานไฟฟ้าให้ได้มีการเติบโตได้อย่างมั่นคงกว่า นอกจากนี้เรื่องที่ได้กล่าวออกมาในขณะนี้

ถ้าหากว่าเราได้มีถนนที่มันจะทำการชาร์จไฟฟ้าได้นั้นมันก็อาจจะช่วยทำมีการลดส่วนของขนาดของแบตเตอรี่ อีกทั้งยังได้รวมไปถึงในส่วนของจำนวนอุปกรณ์ที่มันได้มีราคาที่สูงที่มันจะต้องจำเป็นต่อรถยนต์ไฟฟ้าที่จะมีขนาดเล็กลงกว่าที่เคยผลิตออกมานั่นเอง เนื่องจากนี้มันจะช่วยลดขนาดส่วนของแบตเตอรี่ที่มันก็จะเป็นสิ่งที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งออกด้านของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ก็ไม่ต้องออกหาแร่รีเทียม ที่มันจะเป็นโลหะด้านอื่นๆ

ที่มันจะมีน้ำหนักอื่นๆ ที่มันได้เป็นอีกหนึ่งส่วนของการผลิตแบตเตอรี่อย่างมากมายที่ได้เคยเป็นกันมา ซึ่งถนนแห่งนี้มันกำลังจะเปิดขึ้นในประเทศสวีเดน ซึ่งมันจะมีรางอยู่ตรงกลางถนนเพื่อเป็นการส่งกระแสไฟฟ้าเข้าไปชาร์จกันอย่างที่ทุกคนนั้นได้เห็นกันและมันจะมีชิ้นส่วนของกระแสไฟฟ้าบวกเข้ากับถนนเพื่อเป็นการส่งกระแสงไฟฟ้าเข้าสู่ตัวรถ

โดยที่รถของคุณนั้นไม่ต้องหาที่ช่วยแบตเตอรี่รถยนต์ของคุณอีกต่อไป นอกจากนี้ถ้าหากว่าเราได้หาแร่ที่จะนำเอามาผลิตเป็นแบตเตอรี่ให้ได้น้อยมากเท่าไรมันก็จะเป็นผลที่ดีต่อระบบภูมิภาคอากาศให้ได้มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ต้องของบอกเลยว่าแนวหาในการคิดค้นแบบนี้ของผู้ที่เริ่มคิดสร้างถนนชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์นั้นถือได้ว่าสุดยอดมากเลยจริง ซึ่งก็ไม่เคยเห็นประเทศไหนเขาจะมีแนวคิดที่ล้ำสมัยขนาดนี้อีกทั้งยังรักษาสภาพแวดล้อมได้อีกด้วยเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

การติดเชื้อโรคซอมบี้นั้นมันมีอยู่จริงหรือไม่

เชื้อซอมบี้

สำหรับเชื้อซอมบี้นั้นใครที่ได้ฟังแล้วมันเคยจะเป็นเรื่องที่หน้าเผลอฝันในภาพยนตร์ในหลายๆเรื่องจนไม่น่าเชื่อได้ว่าเชื้อของซอมบี้นั้นมันจะมีอยู่จริง ซึ่งแท้ที่จริงแล้วในปัจจุบันในพื้นที่ของอเมริกาเหนือต่างก็ได้มีการระบาดของของเชื้อซอมบี้ในกวางอย่างเป็นจำนวนมาก โดยพวกกวางเหล่านี้นั้นจะมีน้ำลายฟูมปากเฉยชาจะมีลักษณะการเดินที่ดูคล้ายเหมือนกับซอมบี้และยังได้มีน้ำหนักที่ลดได้อย่างรวดเร็วจนผอมลงอันเป็นมากจากความผิดปกติของโปรตีนที่อยู่ในเซลล์ประสาทส่วนกลางที่กำลังได้เพิ่มจำนวนที่มากขึ้นได้ไปทำลายเซลล์สมองและเซลล์ประสาท

ล่าสุดรองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโปรตีนจากมหาวิทยาลัยโคโรนาโด้ยังได้กล่าวว่าโปรตีนพวกนี้สามารถแพร่กระจายหรือเนื้อที่ได้ผ่านการกินเนื้อจากสัตว์ที่ได้ติดโรคอย่างเช่นโรควัวบ้าหรือแม้ข่าวที่ได้เคยแพร่ระบาดในปี1980ที่อเมริกาได้และมันก็ยังได้เป็นที่น่ากังวลมากยิ่งขึ้นเมื่อประเทศแคนาดาได้มีรายงานมาว่าลิงสะแหมดำที่ได้ถูกเลี้ยงด้วยเนื้อกวางขาวต่าง

ก็ได้ติดเชื้อดังกล่าวในสัดส่วน3/5ตัวแล้วและนี่ก็จะถือเป็นครั้งแรกที่มีการรายงานถึงการแพร่ระบาดของเชื้อชนิดนี้ได้ผ่านการรับประทานและจากผลในห้องทดลองก็ได้พบว่าพีอ๊อนสามารถข้ามเส้นแบ่งทางสปีชีส์สามารถที่มันจะเข้าติดต่อมายังสู่คนได้แต่อย่างไรก็ดียังไม่ได้มีรายงานผลของการที่จะติดเชื้อจากกวางที่จะเข้ามาสู่ยังมนุษย์

แต่ก็ยังได้เชื่อกันว่าโรคนี้มันสามารถที่จะติดต่อกันระหว่างสัตว์ด้วยกันผ่านทางการที่สัมของเหลวและเนื้อเยือรวมกับเชื้อนั้นมันสามารถที่จะแพร่กระจายในทางอ้อมผ่านทางแหล่งน้ำรวมไปถึงเนื้อกวางที่มีมนุษย์ได้นำเอาไม่รับประทานมันก็อาจจะปนเปื้อนไปด้วยโดยฉะนั้นมันยังไม่มีทางที่จะรักษาหรือมีวัคซีนที่จะป้องกันแต่อย่างใด

ซึ่งสำหรับในอนาคตหากว่าเชื้อเหล่านี้นั้นได้มีการกลายพันและมีความสัมพันที่จะสามารถเข้าไปติดต่อมนุษย์ได้และทางด้านภาพที่น่ากลัวของการแพร่ระบาดของมนุษย์ซอมบี้มมันก็อาจจะเป็นจริงขึ้นมาได้สำหรับในอนาคตและถ้าหากว่ามันได้มีการแพร่ระบาดเข้ามาสู่มนุษย์ของคนเราจริงๆล่ะเราจะทำอย่างไรดีและมันจะมีวิธีที่จะต้องป้องกันกับโรคเชื้อซอมบี้นี้ได้อย่างไรและนอกจากนี้ก็ยังไม่มีวิธีที่จะรักษาหรือไม่มีวัคซีนใดๆเลยที่จะสามารถทำการรักษาจากการโรคติดเชื้อซอมบี้ได้

ประเทศญี่ปุ่นอยู่ติดเขตของเปลือกโลก

ประเทศญี่ปุ่นอยู่ติดเขตของเปลือกโลกหากเกิดแผ่นดินไหวยังเป็นอย่างไร

หากได้มีการเกิดการแผ่นดินไหวของเปลือกโลกที่ได้มีขนาดใหญ่นั้นที่ทางได้มีประเทศญี่ปุ่นที่ได้อยู่ไกล้กับรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกและมันจะเป็นอย่างไรหากมันได้มีผลกระทบไปถึงรถงานผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์มันจะมีผลกระทบอย่างไรมาชมลายละเอียดได้ดังนี้

แผ่นดินไหวขนาดใหญ่

สำหรับแผ่นดินไหวนั้นได้เป็นการวสั่นสะเทือนหรือเขย่าของพื้นผิวของโลกเพื่อได้ปรับปรุงให้มันได้อยูในสภาวะที่สมดุลโดยซึ่งแผ่นดินไหวนั้นมันสามารถที่จะก่อให้เกิดความเสียหายและมีภัยพิบัติต่อบ้านเมืองที่อยู่อาศัยซึ่งที่มีชีวิตส่วนสาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหวนั้นส่วนใหญ่แล้วได้เกิดจากธรรมชาติด้วยแผ่นดินไหวลักษณะที่มันสามารถจะเกิดมันก็จะมาจากของฝีมนุษย์มนุษย์นั้นได้แต่มันจะมีความรุนแรงน้อยกว่าที่มันนั้นจะเกิดขึ้นมาได้เองจากธรรมชาติส่วนสาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหว

ซึ่งมันได้เป็นปรากฏการทางธรรมชาติที่ได้เกิดจากการเคลื่อนที่่ของแผ่นเปลือกโลกมันจึงได้ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวออกของชั้นหินที่ได้มีขนาดใหญ่เลื่อนเคลื่อนที่หรือได้แตกหักหรือหรือเกิดการโอนถ่ายในพลังงานสักผ่านในชั้นหินที่ได้อยู่ติดกันพลังงานสักนี้มันได้อยู่ในรูปเคลื่อนไหวสะเทือนและส่วนในการที่จะเกิดการแผ่นดินไหวมันมักจะเกิดขึ้นตามรอยเลื่อนที่มันได้อยู่ในระดับที่ความลึกต่างๆของเปลือกโลกและนอกจากนี้เท่าที่ได้มีความลึกมากที่สุดอยู่ในชั้นแมนเทิลส่วนจุดที่มันได้อยู่ในที่จุดสูงกว่า ณ ที่ตำแหน่งของผิวโลกเรียกจุดเหนือศูนย์เกิดแผ่นไหว

เมื่อจุดเหนือศูนย์แผ่นดินไหวของแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่อยู่นอกชายฝั่งมันอาจจะทำให้เกิดคลื่นสินามิที่จะตามมาได้และนอกจากนี้แผ่นดินไหวยังหากทำให้เกิดแผ่นดินไหวแผ่นดินถล่มและสำหรับในบางครั้งกิจกรรมของภูมิเขาไฟที่จะตามาได้และนอกจากนี้สำหรับในอนาคตหากได้มีการเกิดแผ่นดินไหวที่จะมีขนาดใหญ่จริงๆที่ในพื้นที่ที่ได้มีโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ก็อาจจะยิ่งมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดภัยกันได้อย่างต่อเนื่องที่มันได้มีผลกระทบมาจากของการแผ่นดินไหวอาทิอย่างเช่นที่ ประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งก็ได้มีนักวิจัยที่ได้ทำนายเอาไว้ว่าในอนาคตนั้นจะมีการเกิดแผ่นดินไหวที่มีขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งเนื่องจากประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกถึงประมาณ4แผ่น คือ แผ่นยูเรเซีย แผ่นอเมริกาเหนือ แผ่นแปซิฟิก แผ่นทะเลฟิลิปปิน ซึ่งญี่ปุ่นเองได้มีโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นจำนวนมากหากได้เกิดอุบัติเหตุอันเกิดมาจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่อย่างที่ไม่เคยคาดคิดก็อาจส่งผลกระทบการแพร่กัมมันตรังสีในวงกว้างในระดับภูมิภาคได้

สงครามนิวเคลียร์ ระหว่างมนุษย์ต่างดาว

เป็นไปได้ไหม ที่เทคโนโลยีของมนุษย์สมัยใหม่ได้ก้าวหน้าไปจนถึงจุดที่มนุษย์จะถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อกลุ่มมนุษย์ต่างดาวที่เฝ้าดูดาวโลกอยู่ นักทฤษฏีมนุษย์อวกาศโบราณเชื่อว่าเป็นเช่นนั้นและเสนอว่า มีหลักฐานยืนยันว่ามนุษย์ต่างดาวที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ที่คล้ายคลึงกันบนโลกเมื่อหลายพันปีก่อน อียิปต์โบราณอาจจะเคยเป็นสมรภูมิของสงครามนิวเคลียร์ ระหว่างมนุษย์ต่างดาวก็อาจเป็นไปได้แต่มันอธิบายได้หรือไม่ว่าทำไม่มีการพบเห็นยูเอฟโอมากมายไกล้สถานที่เก็บขีปนาวุธนิวเคลียร์นักทฤษฏีดีนักบินอวกาศโบราณกล่าวว่าแม้ว่าจะไม่ชัดเจน ว่ามนุษย์ต่างดาวสนใจอยากจะปกป้องมนุษยชาติหรือปกป้องตัวเองกันแน่

ซึ่งที่นาซ่าเพิ่งค้นพบเมื่อเร็วๆนี้คือหลักฐานแสดงว่าดาวโลกนั้นได้รับการปกป้องจากเบี้องบนสถานีกองทัพอากาศแหลมคานาเวอร์ล รัฐฟลอริดา วันที่ 30 สิงหาคม ปี 2012 นาซ่าปล่อยยานสำรวจ 2 ลำขึ้นสู่อวกาศเพื่อศึกษาแถบรังสีแวนอัลเลนอันเป็นกับดักอนุภาครูปวงแหวน2วงที่โอบล้อมโลกอยู่หลังจากนั้นมันเก็บสะสมข้อมูลอยู่2ปี นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบปรากฏการณ์ที่น่าประหลาดใจแถบรังสีแวนอัลเลนนั้นทำหน้าที่ประหนึ่งโดมป้องกันโลกจากกัมมันตภาพรังสีที่เป็นอันตรายดวงดาวของเรานั้น

ถูกโจมตีด้วยอนุภาคมีประจุจากอวกาศตลอดเวลาถ้าพวกมันผ่านชั้นบรรยากาศมาได้ก็น่าจะเป็นรังสีที่อันตรายต่อสิ่งมีชีวิตพอสมควรแต่เป็นเพราะแถบรังสีแวนอัลเลนและสนามแม่เหล็กอื่นๆตลอดจนอนุภาคประจุไฟฟ้าที่อยู่ตรงนั้นถูกเหวี่ยงออกไปตามเส้นโค้ง ซึ่งป้องกันโลกเอาไว้จึงไม่เข้ามาโดนพวกเราแถบรังงสีแวนอัลเลนเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่มีการค้นพบกันเมื่อไม่นานมานี้หนึ่งในสิ่งที่น่าตกใจเกี่ยวกับมันก็คือว่า มันแปรผันและปรับเปลี่ยนไปได้ราวกับถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้แถบรังสีแวนอัลเลนอาจจะเป็นเทคโนโลยีชั้นสูง

ที่เราเอวก็ไม่เข้าใจเหมือนกันเทคโนโลยีที่ปิดกั้น ไม่ใช่เพียงอนุภาคคอสมิกที่ปล่อยจากดวงอาทิตย์ตามธรรมชาติแต่ว่ามันยังช่วยป้องกันโลกจากอาวุธนอกโลกที่อาจจะใช้เทคโนโลยีลำแสงอนุภาคบางอย่างไม่ให้มันเข้ามาถึงที่นี่ได้มนุษย์ต่างดาวออกแบบแถบรังสีแวนอัลเลนเพื่อปกป้องมนุษย์ชาติ จากกลุ่มมนุษย์ต่างดาวที่มุ่งร้ายเช่นนั้นหรือในวันที่ 30 มิถุนายน ปี1980 มีผู้พบเห็นลูกไฟพุ่งตัวข้ามท้องฟ้าเหนือแม่น้ำทางกัสก้าในชนบทของไซบีเรียด้วย

การระเบิดอย่างรุนแรงมันเป็นบริเวณเดียวกันที่ว่ากันว่าคือตำแหน่งของต้มน้ำใต้ดินลึกลับและ20ปีให้หลังเมื่อกองทัพโซเวียตไปสำรวจบริเวณนั้นพวกเขารายงานการพบเห็นแนวต้นไม้ล้มระเนระนาดเป็นไมล์ๆรอบจุดที่มีการระเบิด แต่ ไม่พบหลุมระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารโซเวียตเกิดความคิดขึ้นมา อเล็กซานเดอร์ในยุค1940บอกว่า มันคือยานต่างดาวยูเอฟโอที่เข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกแล้วกดระเบิดหลายคนเห็นด้วยกับความเห็นนี้และเขาได้ความคิดมาจากไหน

การเดินทางของนักสำรวจที่ไปยังหมู่เกาะแรงเกล

Ada Blackiack

โดยเริ่มแรกนั้นคณะนักสำรวจทั้งสี่คนนั้นก็ได้ออกเดินทางเพื่อที่จะไปยังในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐอลาสก้าเพื่อที่จะเข้าไปติดต่อว่าจ้างชาวเอสกิโมเพื่อให้ทำหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือพวกเขาในระหว่างที่พวกเขานั้นกำลังตั้งแคมป์อยู่บนเกาะแรงเกลในเวลาประมาณ4ปีแต่เนื่องจากมันได้เป็นระยะเวลาที่มันนานเกินไป

จึงได้ทำให้ไม่มีชาวเอสกิโมคนไหนที่จะขอรับงานดังกล่าวแต่ทว่าได้มีหญิงสาวชาวเอสกิโมคนหนึ่งได้กลับสนใจที่จะยอมรับงานที่ว่ามานี่และเธอก็ได้มีนามว่า  เอด้า แบล็กแจ็ก เอด้า แบล็กแจ็ก ได้มีอายุเพียงแค่ประมาณ23ปีเธอได้เป็นแม่ม้ายเลี้ยงเดียวและเธอก็ยังจะต้องเลี้ยงดูแลลูกชายในวัยประมาณ5ขวบที่ได้มีอาการป่วยเป็นวันละโรคเพียงลำพังเธอนั้นได้มีฐานะที่ยากจนและเธฮนั้นก็จำเป็นที่จะต้องการที่จะใช้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อที่เธอนั้นจะเก็บเอาไว้

เพื่อที่จะเอาไว้ใช้รักษาลูกชายของเธอให้หายเป็นปกติ ซึ่งโดยคณะนักสำรวจก็ได้เสนอเงินจำนวนหนึ่งได้เป็นจำนวนประมาณ50ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ซึ่งในสมัยนั้นย่อมเป็นจำนวนเงินที่สูงมากจึงทำให้ตัวเธอนั้นจำเป็นที่จะต้องภาคลูกไปและเมื่อในวันที่9กันยายน ในปี คศ.1921 เธอและก็พวกเหล่านักคณะสำรวจก็ได้ออกเดินทางที่จะไปใช้ชีวิตยังที่เกาะแรงเกล ซึ่งโดยคณะนักสำรวจต่างก็ได้แต่คาดหวังในตัวเธอเอาไว้มาก

และในทุกคนนั้นต่างก็ได้คิดเอาไว้ว่าเธอนั้นน่าจะมีสกิลได้การเอาตัวรอดตามแบบฉบับของชาวเอสกิโมได้เป็นอย่างดีและพวกเขานั้นจะหารู้ไม่หรือว่า เอด้า แบล็กแจ็ก นั้นเขาไม่รู้เรื่องในการเอาตัวรอดใดๆเลยเธอรู้แต่แค่เพียงเรื่องของการทำอาหารและการตัดเย็บเสื้อผ้าเพียงเท่านั้น ซึ่งนักคณะสำรวจก็ได้เดินทางมาถึงยังที่หมู่เกาะแรงเกลเมื่อในวันที่16กันยายน ในปี คศ.1921โดยได้มีการเตรียมเสบียงมาเพียงพอแค่เลี้ยงชีพในระยะเวลาแค่เพียง6เดือนเท่านั้น

จนในกระทั่งเมื่อเสบียงนั้นหมด  เอด้า แบล็กแจ็ก นั้นก็ไม่สามารถที่จะหาเสบียงนั้นเพิ่มได้จึงทำให้เหล่านักสำรวจนั้นต้องแยกย้ายออกกันไปหาเสบียงกันเอาเองแต่ก็ไม่สามารถที่จะหาเสบียงได้เลยเพราะในเวลานั้นได้เป็นช่วงฤดูหนาวที่มีสภาพอากาศที่เลวร้ายมากอุณหภูมิติดลถึง50องศาเซลเซียสพวกเขาจึงตัดสินใจให้สมาชิกในกลุ่มทั้งสามคนนำเลือนหิมะออกไปเสบียงที่แผ่นดินใหญ่ที่อยู่ห่างไกลออกไปประมาณ140กิโลเมตร

ส่วนคนที่เหลือนั้นมีหน้าที่เฝ้าแคมป์อยู่บนเกาะจนกว่าที่พวกเขาทั้งสามจะกลับมารอแล้วรอเล่านักสำรวจทั้งสามคนที่ออกไปหาเสบียงก็ยังไม่กลับมาสักทีทำให้ เอด้า และคนที่อยู่ที่แคมป์ต้องใช้ชีวิตแบบหิวโหยท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวจัด

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  dewabet

ตำนานโบราณที่เล่าถึงสงครามเทพเจ้า

มนุษย์คือลูกหลานของเผ่าพันธุ์ต่างดาวที่ดาวบ้านเกิดถูกทำลายพันปีก่อนเช่นนั้นหรือตำนานโบราณที่เล่าถึงสงครามเทพเจ้าจริงๆแล้วคือบันทึกการต่อสู้ระหว่างกลุ่มมนุษย์ต่างดาวที่พยายามครองโลกและยังต่อสู้กันมาจนถึงปัจจุบันนี้หรือไม่บางทีเราอาจพบเงือนงำเพิ่มเติมได้จากการศึกษาบันทึกการพบเห็นยูเอฟโอเหนือโรงไฟฟ้านิวเคลลียร์ในยุคปัจจุบันก็ได้สุลตานาบัด ประเทศอิหร่าน พฤศจกายนปี 2004

กองทัพอากาศอิหร่านรีบร้อนส่งเครื่องบินรบF14ขึ้นไปเผชิญหน้ากับยานบินปริศนาที่มุ่งหน้าเข้ามาไกล้โรงงานปฏิกรณ์นิวเคลียร์อย่างรวดเร็วขณะที่พวกเขาเข้าไปไกล้นักบินรายงานว่าเขาพบเห็นวัตถุเรืองแสง ที่พวกเขาไม่เคนเห็นมาก่อนมันมีรูปทรงกลมและปล่อยไอพ่นสีเขียวออกมาเมื่อพวกเขากำลังล็อคเป้าขีปนาวุธก็พบว่าเรดาร์ถูกรบกวนจารังสีแม่เหล็กปริมาณมากที่ปล่อยมาจากยานบินไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไร

มันมีลักษณะตรงกับยานยูเอฟโออย่างแน่นอนและมันก็ออกไปจากบริเวณนั้นไปอย่างรวดเร็วมากแต่ว่า ซึ่งที่น่าทึ่งและน่าฉงนตลอดจนน่าตกใจเป็นพิเศษก็คือทำไมยูเอฟโอถึงต้องสนใจโรงงานปรมาณูแบบนี้ด้วยนอกจากนี้ยังมีการรายงานการพบเห็นยานยูเอฟโอเหนือฐานยิงจรวดนิวเคลียร์ในอังกฤษและอเมริกาด้วยในเดือนมีนาคม ปี 1967ที่รัฐมอนทานา

เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีการพบเห็นยานยูเอฟโอครั้งที่น่าทึ่งน่าตระหนกตกใจที่สุดครั้งหนึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบรรยายการพบเห็นจานบินเรืองแสง ซึ่งตรงตามนิยามของยูเอฟโออยู่ๆจรวดมิสไซล์ลูกหนึ่งก็ออฟไลน์ไปจากนั้นก็ตามด้วยอีกลูกหนึ่งแล้วก็อีกลูกหนึ่งจนกระทั่งมิวไซล์ทุกลูกเกิดทำงานไม่ได้ไปอย่างลึกลับแบบนั้นมันน่าตกใจมาก

เพราะว่ามันเท่ากับบ่งบอกว่าถ้าสักวันหนึ่ง ยูเอฟโอเกิดประสงค์ร้ายขึ้นมาคลังอาวุธนิวเคลียร์ของเราทั้งหมดอาจไม่สามารถใช้งานได้เลยเป็นไปได้หรือไม่ที่มนุษย์ต่างดาวกำลลังติดตามสิ่งก่อสรางที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์บนโลกอยู่ถ้าเช่น ทำไมถึงต้องเป็นเช่นนั้นมีอยู่ด้วยกัน2เหตุผลว่าทำไมยูเอฟโอถึงสนใจในการทำปรมาณูขึ้นมาใช้งานของเราข้อแรกอาจเป็นไปได้ที่พวกเขาเป็นห่วงว่าเรากำลังทำลายตัวเองและมนุษย์ต่างดาวมีวาระซ่อนเร้นอยู่กับการเก็บรักษามวลมนุษยชาติเอาไว้

หรือบางทีอาจจะเป็นเหตุผลส่วนตัวก็ได้ถ้าสิ่งที่พวกเขาต้องการคือดาวโลกความเป็นไปได้อีกประการหนึ่งก็คือพวกเขาเกรงว่าหากเราพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่ล้ำหน้ามากขึ้นเรื่อยๆสักวันหนึ่งเราจะเป็นคู่แข่งของพวกเขาอาวุธนิวเคลียร์อาจจะเป็นเพียงเทคโนโลยีเดียวที่มนุษย์มีอยู่ ที่อาจจะเป็นภัยคุกคามพวกเขา ก็เป็นไปได้

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย  bk8

ตำนานอินคา

ซึ่งด้วยผลกระทบจากพระคัมภีร์ดั้งเดิมที่สภาแห่งชาติราวนีเชียในคริสต์ศตวรรษที่4ในเล่มที่3ของหลังสือนอกระบบคัมภีร์ “ENOCH”กล่าวไว้ว่าเทวดาที่รู้กันว่าเป็นผู้พิทักษ์ได้พาเขาขึ้นรถม้าเพลิง มุ่งตรงไปยังสวรรค์ “ENOCH”ถูกนำขึ้นไปนอกโลกสู่สวรรค์มันเป็นรายละเอียดที่น่าทึ่งของบันทึกของผนังคริสตัลกบัแสงที่ออกมาจากมันและในห้องคริสตัล

ฟังดูเหมือนบางคนจากโลกโบราณพยายามอธิบายโลลกเทคโนโลยีชั้นสูงที่เหมือนกับนิยายวิทยาศาสตร์จากหลายมุมมองพอคุณอ่านคัมภีร์ของ“ENOCH”เขาได้ถูกลักพาโดยมนุษย์ต่างดาวและพวกเขาก็พาไปยังยานอวกาศแสดงให้ดูโลกและให้คำแนะนำที่พิเศษต่อเขาคัมภีร์ “ENOCH”ยังระบุอีกว่าผู้พิทักษ์200ตนลงมายังโลก

เพื่อดูมนุษยชาตติ และช่วยในการพัฒนาของเราผู้พิทักษ์ถูกพูดถึงว่า ได้สอนมนุษยชาติในศิลปะและวิทยาศาสตร์ที่หลากหลายที่เป็นความรู้ในหมู่เทวดาของสวรรค์และรวมถึงดาราศาสตร์ศาสตร์การชั่งตวง การใช้อาวุธ “ENOCH”พูดถึงสิ่งที่มีชีวิต ที่เคยมาเห็นศักยภาพของมนุษยชาติและสอนความรู้พวกนั้น คือ สิ่งที่ผู้พิทักษ์เป็นจะเป็นไปได้ไหมว่า

ที่ผู้พืทักษ์ซึ่งอธิบายในคัมภีร์ “ENOCH”คือมนุษย์ต่างดาวที่มายังโลกและสอนมนุษย์สมัยก่อนในโลกโบราณพวกเขาได้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้ที่อาจะนำเรามาถึงจุดนี้ในการพัฒนาเทคโนโลยีของเราใช่หรือไม่นักทฤษฏีพระเจ้าอวกาศโบราณบอกว่าใช่และแนะว่าหลักฐานสำหรับเรื่องนี้จะพบเห็นได้ทั่วทุกมุมโลกทั่วโลกเราพบเรื่องราวที่น่าสนใจคล้ายๆกับของผู้พิทักษ์ที่มายังโลกของเราและให้ความรู้ต้องห้ามกับคนทั่วไปโดยเฉพาะความลับของสวรรค์  ตำนานอินคา

บ่งชี้ว่าเทพเจ้ามิราเคิล “ชา”ได้สร้างมนุษย์และสอนเรื่องดาราศาสตร์เกษตรกรรม และศิลปะล้ำหน้าอื่นๆ อารยธรรมมายาเชื่อว่าเทพเจ้าสอนมนุษย์เรื่องการเขียน การคำนวณ และวิทยาศาสตร์และในตำนานจีนโบราณ เทพเจ้าผู้ปกครองหวงตี้แนะนำการพัฒนามากมายอย่างเช่น ล้อเฟือง การทอ และการเขียน

ถ้ามนุษย์ต่างดาวลงมายังโลกจริง เพื่อช่วยคนทั่วไปมันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาจะเป็นไปได้ไหมว่ามนุษย์ต่างดาวโบราณที่เรียกว่า “ผู้พิทักษ์”ที่จริงแล้วอยู่รอดจากความหายนะ เมื่อครั้งน้ำท่วมโลกและพวกเขาไม่เพียงจะอยู่รอดแต่เขายังอยู่ในหมู่ของพวกเราอย่างลับๆมาตลอดหลายพันปี นักทฤษฏีพระเจ้าอวกาศโบราณบอกว่าใช่และอ้างว่าหลักฐานที่ถูกพบนั้นได้อยู่ลึกลงไปใต้โลก วันที่ 25 มกราคม1967 Massachusetts เบนตี้ แอนเดอนสัน วัย 30ปี

อยู่ในครัวของเธอหลังอาหารค่ำในขณะที่แม พ่อ และลูกอีก7คน อยู่ในห้องนั่งเล่นจู่ๆไฟก็ดับแล้วหลังจากนั้นเพียงครู่เดียวก็มีลำแสงสีแดงถูกยิงผ่านหน้าต่างเข้ามาเธอฝกล่าวว่า ฌะอเห็นแสงแวบสีแดงส้มเข้ามาตรงหน้าต่างของห้องอาหารมีสิ่งมีชีวิต5ตนเข้ามาในบ้านของเธอตรงประตูพวกเขามีตาสีดำและใหญ่จมูกเล็ก ปากบางและแยกและรูเล็กๆเป็นหูศีรษะใหญ่และบวมตอนนั้นเธอตกใจมากเธอสงสัยว่าอะไรเกิดขึ้นกับเธอกันแน่

 

สนับสนุนโดย  BK8