Tag Archive : BK8

เรื่องมิติคู่ขนาดหรือ Mirror World

สำหรับเรื่องนี้มันได้เป็นหนึ่งในวิทยาศาสตร์ที่ในตอนนี้มันก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่ามันได้มีอยู่จริงหรือเปล่าสำหรับMirror Worldนั้นในความหมายของมันก็คือโลกมิติคู่ขนาด ซึ่งใครเคยดูหนังที่เกี่ยวกับโลกกกระจกและอันนี้เราต้องบอกก่อนเลยว่าเรานั้นไม่ได้ดูการ์ตูนมาจนเกินไปแต่ทีมผู้ที่สร้างการ์ตูนนี้เขาได้นำเอาทฤษฎีตรงนี้เอามาทำเป็นการ์ตูน คือโลกกระจกถ้าจะให้พูดกันตามตรงโลกกระจกนั้นมันก็คือโลกที่เหมือนอย่างกับโลกของเรา

โดยปกตินี่แหละแต่มันจะเป็นโลกที่สลับข้างแต่เป็นโลกที่ใช้คำว่าไม่มีใครอยู่ไม่มีใครเห็นไม่มีใครรับรู้หรืออะไรเลยและมันเคยมีหนึ่งทฤษฎีที่น่าสนใจเป็นอย่างมากที่รักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่เขาได้ออกมาบอกเอาไว้ว่าจริงๆแล้วโลกของเรานั้นมันได้มีโลกคู่ขนาดแล้วโลกคู่ขนาดนั้น

มันคือที่พักพิงของมนุษย์ต่างดาวเอเลี่ยนถามว่ามันพิสูจน์ได้หรือไม่เราขอบอกเลยว่ามันก็ยังพิสูจน์ไม่ได้แต่เราได้ลองมานึกถึงเหตุการณ์ที่มันได้เกิดขึ้นบนโลกเราในหลายๆอย่างยกตัวอย่างเช่นสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า  สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้ามันอยู่ในแถบทะเลมันเป็นเหมือนเกาะอยู่สามเกาะแล้วก็เชื่อมโยงกันเป็นเส้นแล้วก็เอาเส้นมาขีดมันจะเป็นรูปสามเหลี่ยม

ซึ่งตรงจุดนั้นมันมีเหตุการณ์อยู่เยอะมากไม่ว่าจะเป็นเรือหายเครื่องบินหายซึ่งมันได้หายไปเลยจนทำให้คนได้คิดว่ามันได้ไปโพล่ในที่อีกมิติหนึ่งหรือเปล่าหรือว่ามันได้ไปมิติคู่ขนาดหรืออะไรยังไง ซึ่งเขาก็ได้ไปทำการสำรวจไปหาซากไปหาอะไร ซึ่งในทะเลเราบอกเลยว่ามันเป็นเรื่องยากมาก

แต่เชื่อหรือไม่ว่าเรือหรือว่าเครื่องบินนั้นที่มันได้หายไปในเบอร์มิวด้ามันไม่พบเห็นซากใดๆเลย ซึ่งมันหน้าเป็นใจอยู่มากๆ มันสามารถที่จะตั้งข้อสงสัยได้อยู่หลายอย่างหนึงมันอาจจะหายไปในขั้วมิติอื่นหรือเปล่า สองอันนี้ทางด้านนักวิทยาศาสตร์เขาได้บอกมาว่าตรงนี้มันได้เป็นพื้นที่ที่สนามแม่เหล็กแรงมากแล้วสนามแม่เหล็กบอกเลยว่ามันได้มีผลกระทบต่อการเดินเรือ

และการเดินเครื่องบินแน่นอนมีลมฟ้าลมฟ้าแรงอันนี้มันก็ได้เป็นหนึ่งอย่างที่นักวิทยาศาสตร์เขาได้ออกมาบอกและอีหหนึ่งอย่างสุดท้ายที่ได้มีคนออกมาพูดถึงมันน้อยมากแต่มันก็ยังได้มีคนพูดถึงคือไปโพล่ที่มิติอื่นมันน่าจะมีคนถามว่าทำไมเราถึงไปหยิบเอาเรื่องนี้ขึ้นมามันเป็นเรื่องเพ้อฝันหรือเปล่าจริงๆแล้วเรื่องนี้มันไม่ได้เป็นเรื่องที่เพ้อฝันถ้าเราลองดูข่าวกันดีๆในต่างประเทศก็เคยเกิดเรื่องการข้ามมิติการเวลาก็ได้มีมาแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8

สนามแม่เหล็กมีการเคลื่อนตัวอย่างผิดปกติจะเกิดอะไรขึ้น?

สำหรับโลกของงเรานั้นมันก็จะมีสนามแม่เหล็กเพื่อเอาไว้ป้องกันสิ่งแปลกปลอมจากนอกโลกหรือเอาไว้ป้องกันรังสียูวีจากพระอาทิตย์ที่ได้มีมากเกินไปมันอาจจะทำให้เรากลายเป็นมะเร็งโรงผิวหนังได้ ซึ่งสนามแม่เหล็กโลกมันได้มีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาแต่เขาก็ได้พบว่าตั้งแต่ในปี2012ที่ผ่านมาสนามแม่เหล็กโลกได้มีการเคลื่อนตัวอย่างผิดปกติย้อนกลับไปเมื่อปี2554

จากข่าวต่างประเทศสนามบินนานาชาติแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียก็ได้ปิดรันเวย์หลายรันเวย์ เนื่องจากว่าได้มีการเคลื่อนตัวของสนามแม่เหล็กอย่างรวดเร็ว ซึ่งหมายเลขของการจอดเครื่องบินมันได้เป็นอะไรที่สำคัญต่อการบินเป็นอย่างมากเพราะว่าการที่จะระบุรันเวย์หันไปทิศไหนทำมุมกี่องศากับขั้วแม่เหล็กเหนือถ้าผิดพลาดแม้แต่องศาเดียว

อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงหรือที่เรียกว่าเครื่องบินตกเครื่องบินจอดได้ไม่ตรงจุดและทำให้เกิดโศกนาฏกรรมได้ ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นั้นนักวิทยาศาสตร์เขาก็ได้ศึกษาเป็นต้นมาว่าสรุปว่าขั้วแม่เหล็กมันเปลี่ยนแปลงขึ้นจริงมั้ยและเขาก็ได้สรุปออกมาว่าเมื่อในปี2012ที่ผ่านมาว่านักธรณีฟิสิกส์วิทยาเขาได้บอกว่าขั้วแม่เหล็กโลกมีการเคลื่อนที่เร็วอย่างปกติในรอบ10ปีและความเข้มขนของสนามแม่เหล็กในอ่อนตัวลงถึง10%และอาจจะมีคนสงสัยว่าถ้าสนามแม่เหล็ก

มันได้มีการอ่อนตัวลงมันจะเกิดอะไรขึ้นและสิ่งที่ันจะเกิดขึ้นมาและเป็นไปได้มันมีอยู่6อย่าง อย่างแรกก็คือ เปลือกโลกเคลื่อนตัวจะทำให้แผ่นดินไหวภูเขาไฟระเบิดแผ่นดินใต้น้ำสั้นไหวจึงทำให้เกิดสินามิก็จะเกิดอุทกภัยมากมาย ส่วนที่สอง โลกจะร้อนขึ้นอย่างที่เราได้กล่าวไปเบื้องต้นว่าความร้อนของสนามแม่เหล็กมันช่วยลดพลังงานรังสียูวีของพระอาทิตย์ได้และถ้าความเข้มข้นมันลดลงและโลกมันก็จะร้อนขึ้นมาอย่างแน่นอน ส่วนที่สาม

จะเกิดน้ำท่วมใหญ่จากน้ำอุณหภูมิที่สูงขึ้นจึงทำให้น้ำแข็งของขั้วโลกเหนือละลายและปริมาณของน้ำมันได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนที่สี่ อุกกาบาตอาจจะพุ่งเข้ามาชนโลกและสิ่งแปลกปลอมจากนอกโลกจะถูกดูดเข้ามาในโลกง่ายขึ้นสนามแม่เหล็กมันได้อ่อนตัวลงจากที่เคยปกป้องโลกมันก็อาจจะปกป้องน้อยลงมันอาจจะทำใหุ้กกาบาตเปลี่ยนทิศทางออกไป

จากนอกโลกอาจจะชนโลกแล้วก็ผ่านชั้นบรรยากาศ ซึ่งอุกกาบาตที่โดนสนามแม่เหล็กน้อยลงจะพุ่งเข้ามาในโลกมากขึ้นและได้มีอุกกาบาตตกลงมาในโลกมากขึ้นส่วนที่ห้า สัตว์หลายชนิดจะสูญเสียประสาทสัมผัสในการกำเนินทิศทางไปบนดลกเราจะมีสัตว์หลายชนิดที่ใช้สนามแม่เหล็กในการดำรงชีวิตหรือในการหาเหยื่ออยู่ไม่ใช่น้อย

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8

มนุษย์และสิ่งมีชีวิตเกิดมาได้ยังไง

สำหรับสิ่งที่มีชีวิตบนโลกของเราหรือว่ามนุษย์นั้นเกิดขึ้นมาได้ยังไง ซึ่งเราก็จะต้องย้อนกลับไปตรงที่จุดเริ่มตนเลยและถามว่ามันใช่โลกของเราหรือไม่มันไม่ใช่ จุดเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิตและโลกมันคือพระอาทิตย์ผมเชื่อว่าหลายๆคนก็อาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของระบบสุริยะดวงอาทิตย์หรือดวงดาวบริวาลต่างๆมากมายที่มันได้อยู่ในระบบสุริยะของเราจากการเรียนวิทยาศาสตร์กันมาบ้างแล้ว

ทีนี้เราก็จะขอสรุปแบบสั้นๆเลยว่ามันก็จะประมาณว่าในตอนแรกจักรวาลที่เราได้อยู่ในปัจจุบันนี้แต่ก่อนนี้มันได้เป็นพื้นที่ว่างเปล่ามันยังไม่มีดวงอาทิตย์มันยังไม่มีดวงดาวยังไม่มีโลกยังไม่มีอะไรเลยแต่สิ่งแรกที่มันได้เกิดขึ้นในจักรวาลก็คือดวงอาทิตย์ สำหรับทฤษฎีการเกิดดวงอาทิตย์เขาได้สันนิษฐานกันว่าการเกิดดวงอาทิตย์เกิดจากการยุบตัวของแรงโน้มถ่วงของสารกลุ่มเมฆโมเลกุลขนาดใหญ่และสารขนาดใหญ่นั้น

มันก็จะอันตัวกันแน่นอยู่ตรงที่บริเวณใจกลางจนเวลามันได้ผ่านไปเรื่อยๆมันก็จะกลายเป็นดวงอาทิตย์ขึ้นมาแต่มันก็จะมีกลุ่มเมฆโมเลกุลในบางส่วนที่มันไม่ได้มารวมตัวกับจุดกึ่งกลางระหว่างที่มาเป็นพระอาทิตย์มันก็เป็นเศษโคจรอยู่รอบๆดวงอาทิตย์แล้วมันก็เริ่มจับตัวๆแน่นๆขึ้นเรื่อยๆเป็นแผ่นของวงโคจรจนมันกลายมาเป็นระบบสุริยะที่เราได้รู้จักกันในปัจจุบัน

อย่างที่เรานั้นได้บอกไปมันเป็นทฤษฎีที่เขาได้เชื่อถือกันมากที่สุดถ้าอาทิตย์และระบบสุริยะเกิดมาได้ยังไงและพอเวลาต่อมาผ่านมาหลายร้อยปีดวงอาทิตย์ที่มันมีส่วนประกอบในชั้นบรรยากาศด้วยก๊าซไฮโดรเจนอยู่ในปริมาณที่มากมันก็เลยทำให้เกิดการระเบิดบริเวณพื้นผิวของดวงอาทิตย์จนเศษพื้นผิวของดวงอาทิตย์มันกระเด่นออกมาสู่อวกาศและเศษนั้น

มันก็ยังได้เป็นเศษอุกกาตนับลานชิ้น โดยเสษอุกกาตนับล้านชิ้นพวกนี้ได้หลุมออกมาและได้อยู่ในวงโคจรของดวงอาทิตย์เลยทำให้พวกเศษอุกกาตพวกนี้เริ่มวนรอบๆดวงอาทิตย์และมันได้ก่อตัวๆขึ้นมากันอยู่เรื่อยๆจนมันได้กลายมาเป็นดวงเคราะห์ดวงหนึ่งขึ้นมาแต่ว่ามันก็ยังมีเศษที่เหลือนับล้านชิ้นที่มันยังได้โคจรอยู่รอบๆดวงอาทิตย์พวกนี้

ก็เกาะตัวกันเป็นดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่งขึ้นมาเช่นเดียวกัน ซึ่งมันก็ยังได้มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งเหมือนกันที่มันน่าจะเป็นปรากฎการณ์ที่เราน่าจะรู้จักกันก็คือดาวเคราะห์สองดวงในในระบบสุริยะมันชนกันและเกิดระเบิดครั้งใหญ่และมันก็ได้กลายมาเป็นทฤษฎีที่เรารู้จักที่คยได้ยินมาก็คือทฤษฎี Bigbangนั้นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

หญิงสาวโมโหราคากระเพรา 150 

เรื่องนี้ถูกเม้าท์กันให้แซดจากเรื่องเกี่ยวกับราคากระเพราหมูกรอบโดยราคา 150 บาทเรื่องของหญิงสาวคนหนึ่งโดยเธอได้อัดคลิปและโพสต์ลง Facebook ว่าเธอนั้นผิดหวังมากับร้านนี้เพราะได้ทำการซื้อข้าวกระเพราหมูกรอบโดยแม่ค้านั้นก็ได้นำจานกระเพราหมูกรอบมาให้เธอเลยเมื่อเธอนะกระเพราหมูกรอบนี้ก็รวมเป็นหมู 10 ชิ้นแล้วก็ข้าวสวยหอมมะลิครึ่งจานรวมไปถึงไข่ดาว 1 ฟองด้วย

หลังจากนั้นเธอก็กินจนหมดพร้อมกับถามแม่ค้าว่าราคาเท่าไหร่ก็ตอบว่าราคา 150 บาทโดยนำคือราคาที่ทำให้เธอช็อคเนื่องจากเธอไม่เคยกินกระเพราที่แพงขนาดนี้มาก่อนในใจเธอคิดว่าแถวนั้นมีเซเว่นอีเลฟเว่นสามารถซื้อขนมได้เยอะมากกว่า 2 ถุงอีกเธอนั้นได้บอกว่านี่คือราคาของคนไทยหรือเปล่าโดยแม่ค้าก็ตอบว่าราคาคนไทยโดยตอนนั้นทำให้เธอโกรธมากรีบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเงิน 150 บาทแล้วรีบเดินออกจากร้านไปได้

หลังจากนั้นเมื่อกลับถึงบ้านแล้วก็ได้นำเรื่องนี้ไปโพสต์ใน Facebook ของเธอเพื่อให้ทุกคนได้รู้ว่าราณีนั้นไม่ควรที่จะไปเที่ยวเนื่องจากมันขายราคาแพงเกินไปมากทั้งๆที่อาหารก็ไม่ได้อร่อยพอใช้ได้แต่กับขายราคาแพงเราบอกว่าขายให้กับคนต่างชาติแต่เมื่อได้มีการโพสต์หรอกไปนักข่าวไม่ได้ไปสัมภาษณ์แม่ค้าแม่ค้าก็บอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริงโดยเอาจริงๆแล้วนั้น

หญิงสาวคนนี้สั่งกระเพราชุดจัมโบ้ก็คือกระเพราขนาดใหญ่เป็นจานที่ใหญ่ที่สุดด้วยหลังจากที่ทานอาหารเสร็จก็ให้พนักงานเสริฟอาหารเมื่อเธอกินหมดพนักงานคิดเงินก็มาบอกราคาโดยให้ราคา 150 บาทโดยทุกคนในร้านคิดว่าเธอนั้นเป็นคนจีนคุณไปให้นะคะของคนต่างชาติไปด้วยเอาจริงๆแล้วราคาของคนไทยนั้นจะราคาเท่าไหร่ 10 บาท

แต่เนื่องจากทุกคนมองว่าเธอเป็นเหมือนคนจีนจึงให้ราคาของคนต่างชาติไปโดยแม่ค้าบอกว่าแม่ค้าก็เข้าไปถามว่าเป็นคนไทยหรือเปล่าหรือเป็นคนจีนหรือต่างชาติโดยหญิงสาวคนนี้ก็ได้ตอบว่าเป็นคนไทยหลังจากนั้นแม่ค้าก็บอกว่าถ้างั้นราคา 80 บาทแต่หญิงสาวคนนี้กลับบอกว่าไม่จำเป็นต้องลดพร้อมกับให้เงินราคา 150 บาทแล้วรีบเดินออกจากร้านไปโดยคำให้การของทั้งสองนั้นไม่เหมือนกันเลยแต่ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายโกหกแต่ในโซเชียลมีความเชื่อว่าแม่ค้าคือฝ่ายที่โกหก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

รถบรรทุกชนตอม่อสะพาน

รถบรรทุกชนตอม่อสะพานทำให้คนขับและคนนั่งมาด้วยเสียชีวิตคาที่เหตุเกิดที่วังน้อยจังหวัดอยุธยา

        วันที่ 23 เดือนพฤษภาคมพศ 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจวังน้อยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับแจ้งเหตุในช่วงเวลาเช้ามืดว่ามีเหตุอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถสิบล้อชนตอม่อสะพานซึ่งสถานที่เกิดเหตุนั้นอยู่บริเวณช่วงหลักกิโลเมตรที่ 57 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสากู้ภัยจึงได้รีบดำเนินการเตรียมสถานที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน

เมื่อไปถึงก็พบมีรถบรรทุก 6 ล้อจอดอยู่ตรงริมถนนซึ่งมีการระบุเอาไว้ว่ารถคันดังกล่าวนั้นเป็นของบริษัทอมรพงษ์ทรานสปอร์ตซึ่งสภาพลดนั้นได้มีการชนอยู่กับตอม่อสะพานกลับรถโดยเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปดูบริเวณรถ 6 ล้อก็พบว่าภายในรถนั้นมีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 คนซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นคนขับ 1 คนและเด็กติดรถอีก 2 คนโดยทั้งหมดนั้นถูกกระแทกอย่างรุนแรงทำให้ร่างติดอยู่ที่หน้ารถสภาพของแต่ละคนนั้นทั้งขาหักแขนหักคอหักรวมถึงหน้ายุบซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเสียชีวิตคาที่

และยังไม่พบว่าทั้ง 3 คนนั้นเป็นใครมาจากไหนหลังจากที่ทำกู้ภัยได้มีการใช้อุปกรณ์ตัดซากรถเพื่อให้นำร่างของทั้งสามคนออกมาได้กินเวลาในการทำงานนานถึง 1 ชั่วโมงก็สามารถทำร่างทั้ง 3 คนออกมาจากรถบรรทุกได้หลังจากนั้นทางกู้ภัยก็นำหน้าทั้ง 3 คนไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งหนึ่งและจากการค้นพบว่ารถคันดังกล่าวนั้น

เป็นรถขนส่งที่จะมีการเอาสินค้าไปส่งแต่เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุรถเสียหลักพุ่งชนตอม่อสะพานซึ่งหลายคนคาดการณ์ว่าอาจจะเกิดมาจากสาเหตุที่คนขับนั้นหลับในก็เป็นได้ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานจดทะเบียนรถและแจ้งไปยังบริษัทเจ้าของรถดังกล่าวเรียบร้อยแล้วซึ่งต่อมาจึงทำให้ทราบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คนนั้นมีนายธเนศ  นายธนดล   และนายวัชระซึ่งตอนนี้ได้มีการประสานงานไปทางด้านของทั้ง 3 คนเพื่อให้รับทราบและให้มารับศพไปดำเนินพิธีทางศาสนาต่อไป

         สำหรับการขับรถบรรทุกหรือการขับรถยนต์ที่เป็นการขับระยะไกลนั้นควรจะมีการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและไม่ควรขับรถมาด้วยความเร็วมากจนเกินไปซึ่งทั้ง 3 คนน่าจะง่วงนอนแต่ว่าไม่ยอมแวะนอนจึงทำให้มาเกิดอุบัติเหตุตรงบริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าวดังนั้นข่าวนี้จึงควรจะเป็นอุทาหรณ์ให้ใครหลายๆคนที่มีการขับรถทางไกลว่าก่อนขับรถนั้น นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอหรือถ้าจะให้ดีถ้าเกิดขับมาระหว่างทางแล้วเกิดรู้สึกง่วงนอนก็อย่าฝืนให้หาจุดแวะพักนอนชั่วคราว 20 ถึง 30 นาทีก่อนก็ได้ลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

ตำนานโบราณที่เล่าถึงสงครามเทพเจ้า

มนุษย์คือลูกหลานของเผ่าพันธุ์ต่างดาวที่ดาวบ้านเกิดถูกทำลายพันปีก่อนเช่นนั้นหรือตำนานโบราณที่เล่าถึงสงครามเทพเจ้าจริงๆแล้วคือบันทึกการต่อสู้ระหว่างกลุ่มมนุษย์ต่างดาวที่พยายามครองโลกและยังต่อสู้กันมาจนถึงปัจจุบันนี้หรือไม่บางทีเราอาจพบเงือนงำเพิ่มเติมได้จากการศึกษาบันทึกการพบเห็นยูเอฟโอเหนือโรงไฟฟ้านิวเคลลียร์ในยุคปัจจุบันก็ได้สุลตานาบัด ประเทศอิหร่าน พฤศจกายนปี 2004

กองทัพอากาศอิหร่านรีบร้อนส่งเครื่องบินรบF14ขึ้นไปเผชิญหน้ากับยานบินปริศนาที่มุ่งหน้าเข้ามาไกล้โรงงานปฏิกรณ์นิวเคลียร์อย่างรวดเร็วขณะที่พวกเขาเข้าไปไกล้นักบินรายงานว่าเขาพบเห็นวัตถุเรืองแสง ที่พวกเขาไม่เคนเห็นมาก่อนมันมีรูปทรงกลมและปล่อยไอพ่นสีเขียวออกมาเมื่อพวกเขากำลังล็อคเป้าขีปนาวุธก็พบว่าเรดาร์ถูกรบกวนจารังสีแม่เหล็กปริมาณมากที่ปล่อยมาจากยานบินไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไร

มันมีลักษณะตรงกับยานยูเอฟโออย่างแน่นอนและมันก็ออกไปจากบริเวณนั้นไปอย่างรวดเร็วมากแต่ว่า ซึ่งที่น่าทึ่งและน่าฉงนตลอดจนน่าตกใจเป็นพิเศษก็คือทำไมยูเอฟโอถึงต้องสนใจโรงงานปรมาณูแบบนี้ด้วยนอกจากนี้ยังมีการรายงานการพบเห็นยานยูเอฟโอเหนือฐานยิงจรวดนิวเคลียร์ในอังกฤษและอเมริกาด้วยในเดือนมีนาคม ปี 1967ที่รัฐมอนทานา

เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีการพบเห็นยานยูเอฟโอครั้งที่น่าทึ่งน่าตระหนกตกใจที่สุดครั้งหนึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบรรยายการพบเห็นจานบินเรืองแสง ซึ่งตรงตามนิยามของยูเอฟโออยู่ๆจรวดมิสไซล์ลูกหนึ่งก็ออฟไลน์ไปจากนั้นก็ตามด้วยอีกลูกหนึ่งแล้วก็อีกลูกหนึ่งจนกระทั่งมิวไซล์ทุกลูกเกิดทำงานไม่ได้ไปอย่างลึกลับแบบนั้นมันน่าตกใจมาก

เพราะว่ามันเท่ากับบ่งบอกว่าถ้าสักวันหนึ่ง ยูเอฟโอเกิดประสงค์ร้ายขึ้นมาคลังอาวุธนิวเคลียร์ของเราทั้งหมดอาจไม่สามารถใช้งานได้เลยเป็นไปได้หรือไม่ที่มนุษย์ต่างดาวกำลลังติดตามสิ่งก่อสรางที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์บนโลกอยู่ถ้าเช่น ทำไมถึงต้องเป็นเช่นนั้นมีอยู่ด้วยกัน2เหตุผลว่าทำไมยูเอฟโอถึงสนใจในการทำปรมาณูขึ้นมาใช้งานของเราข้อแรกอาจเป็นไปได้ที่พวกเขาเป็นห่วงว่าเรากำลังทำลายตัวเองและมนุษย์ต่างดาวมีวาระซ่อนเร้นอยู่กับการเก็บรักษามวลมนุษยชาติเอาไว้

หรือบางทีอาจจะเป็นเหตุผลส่วนตัวก็ได้ถ้าสิ่งที่พวกเขาต้องการคือดาวโลกความเป็นไปได้อีกประการหนึ่งก็คือพวกเขาเกรงว่าหากเราพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่ล้ำหน้ามากขึ้นเรื่อยๆสักวันหนึ่งเราจะเป็นคู่แข่งของพวกเขาอาวุธนิวเคลียร์อาจจะเป็นเพียงเทคโนโลยีเดียวที่มนุษย์มีอยู่ ที่อาจจะเป็นภัยคุกคามพวกเขา ก็เป็นไปได้

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย  bk8

ตำนานอินคา

ซึ่งด้วยผลกระทบจากพระคัมภีร์ดั้งเดิมที่สภาแห่งชาติราวนีเชียในคริสต์ศตวรรษที่4ในเล่มที่3ของหลังสือนอกระบบคัมภีร์ “ENOCH”กล่าวไว้ว่าเทวดาที่รู้กันว่าเป็นผู้พิทักษ์ได้พาเขาขึ้นรถม้าเพลิง มุ่งตรงไปยังสวรรค์ “ENOCH”ถูกนำขึ้นไปนอกโลกสู่สวรรค์มันเป็นรายละเอียดที่น่าทึ่งของบันทึกของผนังคริสตัลกบัแสงที่ออกมาจากมันและในห้องคริสตัล

ฟังดูเหมือนบางคนจากโลกโบราณพยายามอธิบายโลลกเทคโนโลยีชั้นสูงที่เหมือนกับนิยายวิทยาศาสตร์จากหลายมุมมองพอคุณอ่านคัมภีร์ของ“ENOCH”เขาได้ถูกลักพาโดยมนุษย์ต่างดาวและพวกเขาก็พาไปยังยานอวกาศแสดงให้ดูโลกและให้คำแนะนำที่พิเศษต่อเขาคัมภีร์ “ENOCH”ยังระบุอีกว่าผู้พิทักษ์200ตนลงมายังโลก

เพื่อดูมนุษยชาตติ และช่วยในการพัฒนาของเราผู้พิทักษ์ถูกพูดถึงว่า ได้สอนมนุษยชาติในศิลปะและวิทยาศาสตร์ที่หลากหลายที่เป็นความรู้ในหมู่เทวดาของสวรรค์และรวมถึงดาราศาสตร์ศาสตร์การชั่งตวง การใช้อาวุธ “ENOCH”พูดถึงสิ่งที่มีชีวิต ที่เคยมาเห็นศักยภาพของมนุษยชาติและสอนความรู้พวกนั้น คือ สิ่งที่ผู้พิทักษ์เป็นจะเป็นไปได้ไหมว่า

ที่ผู้พืทักษ์ซึ่งอธิบายในคัมภีร์ “ENOCH”คือมนุษย์ต่างดาวที่มายังโลกและสอนมนุษย์สมัยก่อนในโลกโบราณพวกเขาได้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้ที่อาจะนำเรามาถึงจุดนี้ในการพัฒนาเทคโนโลยีของเราใช่หรือไม่นักทฤษฏีพระเจ้าอวกาศโบราณบอกว่าใช่และแนะว่าหลักฐานสำหรับเรื่องนี้จะพบเห็นได้ทั่วทุกมุมโลกทั่วโลกเราพบเรื่องราวที่น่าสนใจคล้ายๆกับของผู้พิทักษ์ที่มายังโลกของเราและให้ความรู้ต้องห้ามกับคนทั่วไปโดยเฉพาะความลับของสวรรค์  ตำนานอินคา

บ่งชี้ว่าเทพเจ้ามิราเคิล “ชา”ได้สร้างมนุษย์และสอนเรื่องดาราศาสตร์เกษตรกรรม และศิลปะล้ำหน้าอื่นๆ อารยธรรมมายาเชื่อว่าเทพเจ้าสอนมนุษย์เรื่องการเขียน การคำนวณ และวิทยาศาสตร์และในตำนานจีนโบราณ เทพเจ้าผู้ปกครองหวงตี้แนะนำการพัฒนามากมายอย่างเช่น ล้อเฟือง การทอ และการเขียน

ถ้ามนุษย์ต่างดาวลงมายังโลกจริง เพื่อช่วยคนทั่วไปมันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาจะเป็นไปได้ไหมว่ามนุษย์ต่างดาวโบราณที่เรียกว่า “ผู้พิทักษ์”ที่จริงแล้วอยู่รอดจากความหายนะ เมื่อครั้งน้ำท่วมโลกและพวกเขาไม่เพียงจะอยู่รอดแต่เขายังอยู่ในหมู่ของพวกเราอย่างลับๆมาตลอดหลายพันปี นักทฤษฏีพระเจ้าอวกาศโบราณบอกว่าใช่และอ้างว่าหลักฐานที่ถูกพบนั้นได้อยู่ลึกลงไปใต้โลก วันที่ 25 มกราคม1967 Massachusetts เบนตี้ แอนเดอนสัน วัย 30ปี

อยู่ในครัวของเธอหลังอาหารค่ำในขณะที่แม พ่อ และลูกอีก7คน อยู่ในห้องนั่งเล่นจู่ๆไฟก็ดับแล้วหลังจากนั้นเพียงครู่เดียวก็มีลำแสงสีแดงถูกยิงผ่านหน้าต่างเข้ามาเธอฝกล่าวว่า ฌะอเห็นแสงแวบสีแดงส้มเข้ามาตรงหน้าต่างของห้องอาหารมีสิ่งมีชีวิต5ตนเข้ามาในบ้านของเธอตรงประตูพวกเขามีตาสีดำและใหญ่จมูกเล็ก ปากบางและแยกและรูเล็กๆเป็นหูศีรษะใหญ่และบวมตอนนั้นเธอตกใจมากเธอสงสัยว่าอะไรเกิดขึ้นกับเธอกันแน่

 

สนับสนุนโดย  BK8