ผู้เขียน: admin

ดาวเคราะห์ที่มีความร้อน

อย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าคนไทยส่วนใหญ่แล้วนั้นจะนับถือศาสนาพุธกัน และความส่วนใหญ่ก็จะเชื่อว่า นรกกับสวรรค์นั้นมีอยู่จริง ใครที่ทำดีก็จะได้ไปสวรรค์ ในส่วนที่ใครคิดชั่วทำชั่วนั้นก็ต้องตกนรก แล้วนรกที่ว่านี้เป็นอย่างไร มันเหมือนกับที่เขาได้มีการเล่าต่อๆ กันมาหรือไม่ แน่นอนว่านรกในความเป็นจริงแล้วนั้นเป็นอย่างไรเหมือนกับที่เขาได้เล่าต่อกันมาหรือไม่ แต่ไม่ว่านรกจะเป็นอย่างไรเราแต่ก็ไม่มีใครที่จะอยากตกนรกอย่างแน่นอน

บ่อยครั้งนั้นที่เรามักจะรู้สึกว่าฝนมักจะตกในช่วงเย็น ที่ใครหลายๆ คนจะต้องรีบกลับบ้านเพื่อที่จะไปหาครอบครัวและผู้เป็นที่รัก ซึ่งในบางทีมันก็มักจะทำให้เราเปียกปอนอยู่เรื่อยไป หรือจะต้องใช้เวลาเพิ่มมากขึ้นเพื่อที่จะต้องอญุ่บนท้องถนนทั้งที่ความจริงแล้ว เราควรที่จะได้กลับบ้านไปพักผ่อนได้แล้ว  และแม้ว่าเรื่องที่เรากำลังจะพูดต่อไปนี้นั้นมันอาจจะฟังดูแล้วเหมือนกับนิยายวิทยาศาสตร์เกิดนไป

แต่ดาวเคราะห์ที่มีสภาพภูมิอากาศที่แปลกประหลาดเอามากๆ เช่นมีฝนที่ตกเป็นแร่ธาตุต่างๆ หรือแม้แต่การที่ฝนจะตกเป็นอัญมณีที่ล้ำค่านั้นมีอยู่จริง โดยที่ล่าสุดนั้นได้มีนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง ได้มีการค้นพบดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่นอกระบบสุริยะของเรามันมีอุณหภูมิที่ร้อนจัดเอามากๆ ซึ่งดาวดวงที่ว่านี้มันมีฝนตกเป็นเหล็กหลอมเหลวอยู่เสมอ บนดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงนี้นั้นมันมีชื่อเรียกว่า WASP-76d

ซึ่งดาวดวงนี้นี้ก็มีฝนตกในช่วงเวลาตอนเย็นเช่นเดียวกับโลกของเรา แต่แตกต่างกันอยู่ที่ว่าฝนที่โลกตกลงมาเป็นสายน้ำ แต่ฝนที่ดาวดวงนี้ตกลงมาเป็นเหล็กหลอมเหลว เหตุผลที่มันเป็นแบบนี้ก็เพราะว่ามันเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ และเนื่องจากว่ามันมีวงโคจรที่อยู่ใกล้กับดาวฤกษืเป็นเป็นอน่างมากมันใช้เวลาเพียง 1.8 วัน บนโลกในการหมุนรอบตัวเอง และโคจรรอบๆ ดาวฤกษ์ 1 รอบ นั้น

ทำให้มันโคจรรอบดาวฤกษ์โดยที่หันด้านเดียวเข้าหากันเสมอ แบบเดียวกับที่ดวงจันทรืหันเพียงรอบเดียวหันเข้าหาโลกของเรา ดวงความที่ใกล้ในระดับนี้ทำให้อุณหภูมิด้านที่หันเข้าหาดาวฤกษ์พุ่งไปถึง 2,400 องศาเซลเซียส และอีกด้วนที่หันเข้าสู่ความมืดในยามราตรีนิรัน ก็มีอุณหภูมิเพียง 1,000 องศาเซลเซียสด้วยกัน

อย่างไรก็ตามดาวเคราะห์นอกระบบดวงนี้ไม่ใช่ดาวเคราะหืเพียงดวงเดียวที่มีสภาพอากาศที่ไม่เป็นมิตรต่อการที่จะมีสิางมีชีวิตอาศัยอยู่ อย่างที่เราได้กล่าวไปเบื้องต้นว่ามีดาวเคราะห์ต่างๆ มากมาย ที่มีฝนตกเหมือนกับดลกของเราแต่ฝนที่ตกลงมานั้นไม่ได้เป็นหยดน้ำอย่างที่เราคุ้นเคยกัน แต่มันจะเป็นแร่ธาตุอัญมณี หรืออะไรอีกต่างๆ มากมาย ซึ่งเราก็อยากให้ทุกคนลองไปศึกษากันดู

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  dewabet

มนุษย์จะสูญพันธุ์เพราะดวงอาทิตย์ขยายตัว

สิ่งมีชีวิตทุกอย่างไม่ว่าเป็นมนุษย์ สัตว์ หรืออะไรแล้วแต่ เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว มันก็ต้องมีวันที่ดับสูญหายไป แต่คุณจะเคยคิดหรือไม่ว่า วันหนึ่งมันอาจจะหายไปโดยไม่สามารถกลับมาได้อีก อย่างการสูญพันธุ์ สิ่งมีชีวิตบนโลกเรานั้นมีหลายอย่างที่สูญพันธุ์ไปอย่างไม่มีวันกลับมาอย่างเช่น ไดโนเสาร์ ที่มีทฤษฎีที่ว่ามันไม่สามารถอยู่รอดในสิ่งแวดที่เปลี่ยนไปได้ และเพราะมีอุกกาบาตพุ่งชนโลก

ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตในยุคนั้นเหลือรอด เช่นเดียวกันกับสิ่งชีวิตในปัจจุบันนี้ ที่ในอนาคตนั้นไม่มีความแน่นอน ว่าเราจะสามารถดำรงอยู่สิ่งแวดล้อมที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปได้หรือไม่ นอกจากนี้แล้วสาเหตุของการสูญพันธุ์นั้นไม่ได้มาจากสิ่งแวดล้อมภายในโลกอย่าง แต่อาจจะเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดจากโลกได้เช่นกัน

อย่างในบทความนี้ที่เรากำลังจะมาพูดถึงการสูญพันธุ์ของมนุษย์โลกจาก ดวงอาทิตย์ บางคนมีความคิดว่าดวงอาทิตย์นั้นก็เหมือนไฟ ยิ่งร้อนมันก็เหมือนยิ่งเผาตัวเอง ท้ายที่สุดแล้ววันหนึ่งมันอาจจะเล็กลงและดับไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทุกอย่างมันตรงกันข้ามไปหมด ในทางกลับกันยิ่งดวงอาทิตย์มีอายุมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็จะมีขนาดที่ขยายใหญ่มากขึ้นไปเรื่อยๆ

และในเวลาต่อมาเราจะเรียกมันว่า ดาวยักษ์แดง แต่ดาวยักษ์แดงนี้จะมีอุณหภูมิที่น้อยกว่าดวงอาทิตย์มากขึ้นเรื่อยๆตามการขยายของมัน เพราะขนาดที่ขยายของมันนั้นจะสามารถกลืนกินพื้นที่ไปจนถึงดูดกลืนดาวพุธและดาวศุกร์ได้เลย จนมันเริ่มเข้ามาใกล้โลกมากขึ้น หากเป็นเช่นนั้นสิ่งที่ตามมาบนโลกก็คือ พื้นดินบนโลกจะถูกเผา น้ำจะถูกระเหยหายไปจนหมด สิ่งมีชีวิตจะถูกเผาไหม้ไปด้วย หรือบางทีโลกของเรา

ก็จะถูกดาวยักษ์กลืนกินไปด้วย แต่ว่ากันว่ามนุษย์อย่างเราในปัจจุบันคงจะไม่มีโอกาสได้เจอกับเหตุการณ์เหล่านี้ เพราะกว่าที่ดวงอาทิตย์นั้นจะกลายเป็นดาวยักษ์แดงมันต้องใช้ระยะไม่น้อยเลยทีเดียว ประมาณ 2,000-3,000 ล้านปีเลยก็ว่าได้ ซึ่งการสันนิฐานเรื่องนี้มันสามารถเป็นไปได้อย่างมาก เนื่องจากทางนักวิจัยด้านดาราศาสตร์เอง

ก็ได้ทำการสังเกตดวงอาทิตย์มาเป็นเวลานาน และค้นพบว่าดวงอาทิตย์นั้นมีขนาดที่ขยายให้ใหญ่ขึ้นจริงๆ จึงมีความเป็นไปได้ว่าสิ่งที่ได้มีการสันนิฐานว่าในอนาคตนั้นมันจะใหญ่ขึ้นจนกินพื้นที่ทั้งหมดของระบบสุริยะ จนไม่เหลือดาวเคราะห์ดวงไหนเอาไว้เลยรวมกระทั่งโลกของเราด้วย ซึ่งเหตุการณ์การขยายตัวของดวงอาทิตย์ก็ถือว่าเป็นอีกสาเหตุหนึ่งได้เช่นกัน ที่จะทำให้มนุษย์นั้นสูญพันธุ์หายไปจากโลกใบนี้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  huaydee

ระบบขนส่งความเร็วสูงแห่งอนาคต

ในปัจจุบันนี้ถือได้ว่าเทคโนโลยีของโลกเรานั้นก้าวไกลมาอย่างมาก ถ้าหากให้ลองเปรียบเทียบกับยุคก่อนที่ผ่าน ซึ่งได้มีการพัฒนาตลอดอย่างที่เห็น และอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นเหมือนสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์บนโลกนั้นก็คือ ยานพาหะที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ในจำนวนที่มากอย่างที่เราทราบกันดีนั้นก็คือ รถไฟ สมัยก่อนนั้นการเดินทางด้วยรถไฟถือว่าสะดวก และรวดเร็วที่สุดเลยก็ว่าได้

ซึ่งปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนามาเป็นรถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดินที่ความเร็วเพิ่มมากขึ้น ตอบโจทย์เป็นอย่างมากในปัจจุบันที่เราอยู่ในยุคแห่งความเร่งรีบและแข็งขันกับเวลา แต่อย่างไรนั้นรถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดินก็เป็นเพียงการเดินทานระยะสั้นๆเท่านั้น ในส่วนของรถไฟรางเองนั้นถึงแม้จะสามารถเดินทางได้ไกล แต่ก็ยังระยะเวลานาน แต่เพราะเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นนั้น

ได้มีโครงการระบบขนส่งความเร็วสูงแห่งอนาคตขึ้น หรือ Hyperloop เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้การเดินทางระหว่างเมืองใหญ่ได้เพียงแค่ชั่วอึดใจเท่านั้น ปัจจุบันในแวดวงของการวิศวะด้านการขนส่งระดับโลก ได้กำลังเข้าใกล้เทคโนโลยีการขนส่งแบบใหม่ ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนด้วยความเร็วในระบบแคปซูน ผ่านท่ออุโมงค์สุญญากาศที่มีขนาดใหญ่

ซึ่งแคปซูนนี้จะสิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว โดยจะใช้เทคโนโลยีด้วยตัวรถถูกยกขึ้นจากรางด้วยแรงแม่เหล็ก และเคลื่อนที่ไปข้างหน้าโดยไม่เกิดแรงเสียดท้านระหว่างตัวรถกับตัวราง จะทำให้รถไฟฟ้าขนส่งความเร็วสูงนี้มีความเร็วมากกว่าเครื่องบิน และมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าเครื่องบินถึง 5 เท่า ปัจจุบันนี้ Hyperloop ได้

เริ่มมีการทดลองและเตรียมการวางแผนที่จะสร้างอย่างจริงจังไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเริ่มที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับ ที่อยู่ภายใต้โครงการที่มีชื่อว่า Hyperloop-One ของบริษัทเวอร์จิ้น จึงมีความเป็นไปได้ว่าเราจะได้เห็นระบบการขนส่งความเร็วสูงระยะสั้น ที่จะช่วยในการเคลื่อนย้ายสินค้า และขนส่งผู้โดยสารได้สำเร็จในอีก 5-6 ปีหลังจากนี้ แล้ว

ถ้าหากว่าการทดลองนี้เป็นไปได้อย่างสำเร็จไม่มีปัญหาใดๆ ก็จะทำเทคโนโลยีนั้นถูกพัฒนาขึ้นเป็นระบบการขนส่งความเร็วสูงแบบระยะไกล ต่อไปเราอาจะสามารถเดินทางข้ามประเทศโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องบินแล้วก็เป็นไปได้เช่นเดียวกัน แต่อย่างที่ได้กล่าวไปนั้นว่าโครงการนี้ยังอยู่ในการเตรียมวางแผน เข้าขั้นตอนทดลอง ซึ่งยังไม่มีผลสรุปออกมาว่าจะสามารถเกิดขึ้นจริงได้

ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่ามันจะสามารถเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ ก็ไม่ได้ความว่าถ้าในระยะเวลา 5-10 ปีนี้โครงการไม่สำเร็จ ตราบใดที่เทคโนโลยียังมีการพัฒนาอยู่เสมอ Hyperloop เองนี้ก็มีความเป็นไปได้สูงเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย    คาสิโนสด

ภาวะโลกร้อนปัญหาพื้นฐานที่จะทำลายล้างมนุษย์

อากาศร้อนถือว่าเป็นอีกหนึ่งฤดูที่หลายๆ ประเทศจะต้องพบเจอกันอยู่แล้ว แต่แปลกนะว่าหรือไม่ที่ปัจจุบันโลกของเรานั้นร้อนเพิ่มมากขึ้นจากแต่ก่อน หากย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีที่ว่าอากาศร้อนก็ยังสู้อากาศที่ร้อนในตอนนี้เลยไม่ได้เสียด้วยซ้ำ ตามหลักของวิทยาศาสตร์แล้วนั้นเป็นเพราะว่าโลกของเราเองนั้นก็มีอุณหภูมิความเป็นของตัวมันเอง เพราะใต้เปลือกร้อนลึกลงไปนั้นมีความกดอากาศที่ต่ำมาก

ทั้งนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่โลกของเรามีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง เราจึงหนีไม่พ้นอุณหภูมิความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้อย่างแน่นอน แต่มันก็ยังไม่สำคัญเท่ากับการกระทำของมนุษย์เสียหรอก รู้หรือไม่ว่ามนุษย์โลกนี่แหละที่กำลังทำให้โลกร้อนเพิ่มมากขึ้น บางคนอาจจะคิดว่าการที่โลกนั้นคงไม่เป็นอะไรหรอก

แต่ในความจริงได้มีผู้ที่ล้มป่วยและเสียชีวิตโดยมีสาเหตุเพราะทนต่อสภาพความร้อนไม่ไหว ทำให้มีการวิจัยและสันนิฐานออกว่า สภาวะโลกร้อน สามารถฆ่าคนได้ ถือว่ามันเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ทั่วโลกให้ความสำคัญในการแก้ไข เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ภาวะก๊าซเรือนกระจก ที่ลอยขึ้นไปยังชั้นบรรยากาศจนทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น

ส่งผลต่อโลกหลายๆ ด้านเช่น น้ำแข็งขั้วโลกละลายจนทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น สิ่งมีชีวิตบางเผ่าพันธุต้องย้ายถิ่นฐานและหาแหล่งที่อยู่อาศัยใหม่ ในบางพื้นที่ของโลกจะแห้งแล้งหนักมากขึ้น ฤดูร้อนจะมีระยะเวลาที่ยาวนานมากขึ้นและฤดูหนาวนั้นจะมีระยะเวลาที่สั้นลง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อมนุษย์และระบบนิเวศ

โดยเฉพาะประชากรในเขตเมืองหนาวที่ไม่คุ้นชินกับอากาศที่ร้อนเพิ่มขึ้น ทำให้ปรับสภาพร่างกายไม่ทัน และไหนยังสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงยังส่งผลต่อการเพาะปลูกของมนุษย์อีกด้วย ซึ่งเท่ากับว่าเราจะขาดแคลนอาหารในเวลาต่อมา และด้วยปัญหาของการที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นนั้นจะส่งผลทำให้พื้นแผ่นดินบางส่วนจะถูกจมลงไปใต้น้ำ

ทำให้ที่อยู่อาศัยของมนุษย์นั้นถูกจำกัดพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ภาวะโลกร้อนหลายคนจึงมองว่าเป็นแสงแดดและมักจะโทษดวงอาทิตย์อยู่เสมอ ซึ่งในความเป็นจริงดวงอาทิตย์นั้นมีอุณหภูมิคงที่ของมันและยิ่งมันมีอายุมากขึ้นอุณหภูมิของมันก็จะยิ่งต่ำลง แต่ที่เรามักจะบอกว่าดวงอาทิตย์ร้อนนั้นเป็นเพราะชั้นบรรยากาศของโลกเกิดความแปรปรวน

ทำให้การไกลเวียนของชั้นบรรยากาศนั้นล้อมเหลวนั้นเอง แล้วสาเหตุนี้เราจะโทษใครได้ถ้าไม่ใช่การกระของมนุษย์อย่างพวกเรานั้นแหละ ที่ส่งผลทำให้เกิดสภาวะโลกร้อนอย่างถ่องแท้

หากโลกหยุดหมุน โลกจะเหมือนดาวพุธ

ถ้าโลกหยุดหมุนรอบตัวเอง โลกจะเป็นอย่างไร? มีใครเคยตั้งคำถามนี้กับตัวเองหรือไม่ ซึ่งในทางของวิทยาศาสตร์เองก็ไม่สามารถที่จะหาคำตอบในเรื่องนี้ได้เช่นเดียวกันว่า แท้จริงแล้วการหมุนของโลกนั้นส่งผลในทางด้านใดบ้าง แต่เป็นสิ่งที่แน่ยัดและได้รับการยืนยันแล้ว ว่าเรื่องการหมุนรอบตัวเองของโลกนั้นมีผลต่อเรื่องของเวลาโดยตรง และปรากฏการณ์ต่างๆ ต้องขอบอกก่อนเลยในเรื่องของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงข้อสันนิฐานที่องค์กร NASA ได้สันนิฐานไว้เพียงเท่านั้น ไม่ได้บอกว่ามันจะเกิดขึ้นจริง อย่างการที่มนุษย์เราจะลอยขึ้นสู่อากาศ และไม่ใช่แค่มนุษย์เพียงเท่านั้น

ยังรวมไปถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆและสิ่งของต่างๆที่อยู่พื้นก็ลอยขึ้นมา ตามมาด้วยแรงเหวี่ยงอย่างรวดเร็ว และเกิดลมพายุที่รุนแรง การที่โลกหยุดหมุนรอบตัวเองจะส่งผลให้พลังงานบนโลกมีความแปรปรวน ทำให้ระดับน้ำในทะเลและในมหาสมุทรสูงเพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ

และที่ได้บอกไปว่ามันเกี่ยวข้องกับเรื่องเวลาโดยตรงนั้นก็มีส่วนที่จะทำให้เวลาบนโลกเดินช้าลง ซึ่งปกติแล้วเวลาบนโลกนั้นคือ 1 วัน เท่ากับ 24 ชั่วโมง แต่เมื่อโลกหยุดหมุนรอบตัวเองเวลาเองก็เปลี่ยนไปด้วยจะกลายเป็นว่า 1 วัน เท่ากับ 365 วันเลยทีเดียว ทั้งยังทำให้น้ำที่ตรงกับเส้นศูนย์สูตรสูงขึ้นมากินพื้นที่แผ่นดิน ทำให้แผ่นทุกแยกออกเป็น 2 ฝั่ง

ไปทางขั้วโลกและขั้วโลกใต้ ทำให้โลกเปลี่ยนการเรียกทวีปให้เหลือแค่ 2 ทวีปนั้นก็คือ ทวีปเหนือ และ ทวีปใต้ ในส่วนของสภาพอากาศฤดูกาลเองก็เปลี่ยนแปลง โลกจะเหลือแค่ 2 ฤดูเท่านั้นคือ ฤดูร้อน บ ฤดูหนาว ที่ระยะเวลา 6 เดือนเต็มเท่าๆกัน และอีกหนึ่งผลกระทบที่ในบทความนี้ได้นำมาเสนอนั้นก็คือ การที่โลกจะเปลี่ยนแปลงเหมือนกับดาวพุธ

นั้นก็คือโลกจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งโดยชัดเจน ฝั่งร้อน และ ฝั่งหนาว แน่นอนว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดนั้นเป็นโลกหยุดหมุนแล้ว ฝั่งที่ร้อนก็จะร้อนตลอดไป สว่างตลอดไป และร้อยเพิ่มมากขึ้น ในส่วนอีกฝั่งก็มืดสนิท ไม่มีวันได้สัมผัสกับแสงสว่างและความร้อน เพราะจะมีแต่อาการหนาวและจะหนาวมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

อย่างไรแล้วอย่างที่ได้กล่าวไปทั้งหมดคือข้อสันนิฐานจากองค์กร NASA ที่มีการวิเคราะห์ตามหลักทฤษฎีต่างๆที่น่าจะมีผลต่อการหมุนของโลก ซึ่งเหตุการณ์อาจจะมีความเป็นไปได้แต่คงไม่ใช่เวลานี้ อาจจะต้องใช้เวลานานถึงหลายล้านพันปีเลยก็เป็นได้ เราที่อยู่ในปัจจุบันเองก็คงไม่มีทางได้เห็นอย่างแน่นอน แต่ในอนาคตถ้าหากว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ ก็เพียงแต่หวังว่าเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์จะก้าวหน้ามากกว่านี้ เพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์เหล่านี้ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  รหัสคูปอง rb88

มนุษย์ยุคปัจจุบันจะมีวิวัฒนาการต่อไปอีกไหม

เดิมทีแล้วได้มีนักวิทยาศาสตร์ค้นหาสาเหตุของการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์ และการกำเนิดขึ้นของมนุษย์บนโลกนี้ และไม่ได้มีเพียงนักวิทยาศาสตร์แค่คนเดียวหรือกลุ่มเดียวเท่านั้นที่ทำการค้นหาในเรื่องนี้ เพราะได้มีแนวความคิดต่างๆออกมามากมาย อย่างเช่น มนุษย์เกิดขึ้นโดยเซลล์ชนิดหนึ่ง เมื่อได้รับพลังงานจากน้ำ แสงแดด ทรัพยากรทางธรรมชาติ รวมกันจนกลายเป็นปลา ในเวลาต่อมาจึงกลายเป็นสัตว์เลื้อยคล้าย

ครึ่งน้ำครึ่งบก จนเป็นมนุษย์ หรือ อีกแนวความคิดว่าคือ มนุษย์เกิดจากลิง แต่ไม่สามารถค้นหาได้ว่าลิงนั้นเกิดขึ้นมาจากอะไร เพราะลิงนั้นรูปร่าลักษณะคล้ายกับมนุษย์หลายๆส่วน ทั้งกระดูก สมอง อวัยวะต่างๆภายใน ทำให้ทฤษฎีที่ว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการมาจากลิงถูกเผยแพร่และยอมรับกันเป็นที่แพร่หลาย ถึงแม้ว่าข้อมูลทั้งหมดทั้งมวลยังไม่สรุปออกมาอย่างแน่ชัด และในปัจจุบันก็ยังคงมีนักวิทยาศาสตร์ผู้ที่กำลังหาคำตอบในเรื่องการเกิดของมนุษย์บนโลกใบนี้อยู่อย่างแน่นอน เอาล่ะ ในเมื่อเราต่างก็รอคอยคำตอบว่า มนุษย์เกิดจากอะไร

แต่สิ่งหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์มีความเชื่อเดียวกันคือ การวิวัฒนาการ ไม่ว่ามนุษย์จะเกิดจากอะไรแน่นอนว่าสิ่งตั้งต้นนั้นจะต้องมีการวิวัฒนาการหรือการพัฒนาเกิดขึ้น นั้นหมายถึงว่ามนุษย์เราก่อนหน้านี้ไม่ได้มีลักษณะแบบอย่างที่เห็นกันอยู่อย่างนี้โดยทั่วไป แต่มีการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างเช่น รูปร่าง สมอง เป็นต้น จึงเป็นคำถามที่ว่า แล้วในมนุษย์ยุคปัจจุบันจะมีวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ คำตอบคือ แน่นอน มนุษย์จะมีการวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและค่อยๆเป็นค่อยๆไป

ตามหลักฐานการค้นพบร่างของมนุษย์เมื่อยุคก่อนๆพบว่า มนุษย์มีผมสีดำ สีน้ำตาล มีดวงตาเป็นสีดำ สีน้ำตาล ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงให้ได้อย่างชัดเจนว่า ในปัจจุบันที่มนุษย์มากมายที่มีดวงตา และสีผมแต่กำเนิดแตกต่างกัน นั้นหมายความว่า มนุษย์ได้มีวิวัฒนาการทางกายภาพที่เห็นได้ชัดเจน

ซึ่งมันก็จะเป็นพันธุกรรมที่ต่อยอดต่อการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ และการถ่ายทอดพันธุกรรมนี้ก็เปรียบเสมือนเป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้เกิดการวิวัฒนาการ ซึ่งได้มีการสันนิฐานว่า มนุษย์ในอนาคตจะมีรูปร่างที่สูงเพิ่มมากขึ้น เพราะโดยปกติแล้วเราจะต้องสูงกว่าพ่อหรือแม่ของเราคนใดคนหนึ่ง และเมื่อเราไปมีลูก ลูกของเราก็จะสูงกว่าเราแน่นอน

เป็นเช่นที่ถูกถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่เห็นได้ชัด และรวมไปถึงปัจจัยอื่นๆอย่าง สิ่งแวดล้อม และอาหาร ซึ่งในอนาคตคาดว่าสภาพสิ่งแวดล้อมและอาหารจะเปลี่ยนแปลงไป เพื่อทำการอยู่รอดต่อไปบนโลกใบ สรุปได้ว่าเรื่องที่มนุษย์จะวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นไหมนั้นมีความเป็นไปได้สูง และอาจจะถึงขั้นที่ว่าโครงสร้างระบบต่างๆภายในร่างกายของเราก็เปลี่ยนจนข้ามสปีชีร์ และมนุษย์สปีชีร์ปัจจุบันก็จะเริ่มสูญพันธุ์ก็เป็นได้

 

ขอขอบคุณ  alpha88 เครดิตฟรี  ที่ให้การสนับสนุน

ดาวเคราะห์น้อยพุ่งเฉียดโลก

นอกจากนี้ได้มีนักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ชื่อดังของต่างของสหรัฐรายงานข่าวด่วนเข้ามาว่าด้านสำนักงานบริหารอวกาศและการบินสหชาติสหรัฐหรือว่านาซาตอนนี้ได้มีการประกาศเตือนว่าจะมีดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดใหญ่กว่าตึกในนครนิวยอร์กจะพุ่งเฉียดโลกในอีก4วันข้างหน้าก็คือวันเสาที่10สิงหาคมนี้

ซึ่งมันจะเฉียบโลกเฉยทุกคนไม่ต้องไปแตกตื่นรู้สึกว่าเหมือนจะมีคลิปลักษณะของดาวเคราะห์น้อยเขาได้บอกเอาไว้ว่าภาพของข่าวด่วนวันนี้ได้ออกตีแผ่ไปทั่วโลกและดาวเคราะห์น้อยนี้ได้มีชื่อว่า2006qq23ซึ่งได้มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า350เมตรถ้าเราเปรียบเทียบกันง่ายๆเลยในรู้ภาพคือมันจะเฉียดโลกในวันเสาที่10สิงหาคมจนทำให้หลายฝ่ายได้วิตกกังวลว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นไหมกับโลกของเราถึงขนาดที่ว่าได้มีการประเมินสถานการณ์แล้วว่า

ในขณะนี้มันอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อโลกของเราได้โดยผู้เชียวชาญทางนาซาได้ประเมินว่าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้น่าจะเคลื่อนผ่านโลกโดยได้มีระยะห่างจากโลกประมาณ7.4ล้านกิโลเมตร

โดยผู้อำนายการใหญ่ทางนาซาได้เตือนว่ารัฐบาลแต่ละแห่งทั่วโลกควรจะต้องเตรียมความพร้อมแล้วในการป้องกนประชาชนของตัวเองจากการคุกคามของดาวเคราะห์น้อยถึงแม้ว่าจะมีความเสี่ยงที่มันจะพุ่งชนโลกยังถือว่ามันยังคงมีอยู่ในระดับต่ำแต่มันจะมีโอกาศที่จะเกิดขึ้นมาได้และถ้ามันเป็นแบบนี้จริงอยากจะถามว่ามันจะเป็นยังไงบ้างเราลองมาเทียบเส้นผ่าศูนย์กลางกับตึกเอ็มไพร์สเตทดาวเคราะห์กับตึก

ซึ่งได้กล่าวเอาไว้ว่าเส้นผ่าศูนย์กลางพอๆกันเลยเส้นผ่าศูนย์กลางดาวเคราะห์น้อย570เมตรจากการคาดการของนาซาและเมื่อเราได้เอาไปเปรียบเทียบมันจะเท่ากับตึกเอ็มไพร์สเตทซึ่งได้มีความสูง443เมตรและระยะเวลาอีก4วันคือวันที่10สิงหาคมมันจะเฉียดเข้าสู่โลกและได้มีการประเมินกันว่าถือว่ามันควรจะต้องรีบมีการป้องกัน

เนื่องจากนี้เราก็ได้ไปถาทางด้านอาจารย์สวัสดีนายกดาราศาสตร์ไทยว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมทางนาซาได้ออกมาเตือนกันแบบนี้ปรากฎว่าทางด้านของอาจารย์อารีได้อกกับเราว่าถ้าเทียบกับระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์เอาง่ายๆเลยมันจะมีความห่างถึงประมาณ18เท่า

โดยปกติแล้วโลกกับดวงจันทร์นั้นมีระยะห่างประมาณ380,000กิโลหรือเรียกว่า1เท่าดังนั้นเมื่อได้ฟังข้อมูลแล้วจะเห็นว่ามันค่อนข้างที่จะอยู่ไกลพอสมควรเราไม่สามารถที่จะมองเห็นมันได้ดวงตาเปล่าจะต้องใช้กล้องที่มีขนาดใหญ่ในการส่องดาวเคราะห์น้อยที่มันกำลังจะพุ่งเข้ามาเฉียบโลกส่วนที่บอกว่ามันจะใกล้โลกมากๆที่มันอาจจะมีความอันตรายกับโลกเลยบอกเลยว่ามันไม่ได้มีผลอะไรกับโลกของเรา

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  rb88 pantip

มนุษย์ต่างดาวเพาะพันธุ์โดยใช้มนุษย์

                ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ติดตามหรือชื่นชอบในเรื่องของมนุษย์ คุณคงจะเคยได้ยินสินะว่าได้มีผู้ที่อ้างว่ามนุษย์ต่างได้มารักพาตัวไป เอาล่ะเมื่อพูดมาถึงตรงนี้แล้วหากใครที่ไม่ได้เป็นผู้ที่ติดตามในเรื่องของมนุษย์ต่างดาวก็อาจจะงงกัน ก่อนที่จะบอกว่ามนุษย์ต่างดาวทำอย่างนั้นจริงๆหรือ คงต้องเท้าความกันก่อนว่า มนุษย์ต่างดาวนั้นมีอยู่จริงหรือไม่

ถ้าคุณเป็นคนสงสัยในเรื่องนี้นั้นเกิดจากความที่คุณไม่เชื่อ หรือ คุณไม่เคนเห็นด้วยตัวของคุณเองเท่านั้น ในความเป็นจริงแล้วเรื่องของมนุษย์ต่างดาวนี่ถือว่าเป็นเรื่องซับซ้อนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ขนาดทางวิทยาศาสตร์เองก็ยังให้คำตอบที่แน่ชัดไม่ได้กับการมีอยู่ของมนุษย์ของมนุษย์ต่างดาว นั้นเป็นเพราะอะไร?

เพราะจักรวาลอย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่ามันกว้างใหญ่ไพศาลมาก จุดเริ่มต้นและจุดที่สิ้นสุดนั้นอยู่ตรงไหนก็ไม่มีใครทราบได้ สิ่งหนึ่งที่วิเคราะห์จากการที่บอกว่ามีมนุษย์ต่างดาวอยู่จริงนั้นก็คือ การเกิดทฤษฎีบิ๊กแบง จากเหตุการณ์นั้นทำให้มีการนำมาตั้งคำถามหลายๆอย่าง ถ้าโลกเราเกิดจากการระเบิดครั้งนั้น แปลว่าจะต้องมีส่วนประกอบอื่นที่เกิดขึ้นจากการระเบิดครั้งนั้นกระเด็นไปในแต่ละทิศทางที่ห่างกันออกไป

เพราะถ้าโลกเกิดมาจากสิ่งๆหนึ่งที่เป็นสิ่งเดียวกันแล้วละก็ นั้นเท่ากับว่าจะต้องมีดาวที่เหมือนกับโลกอีกหลายดวงอย่างแน่นอน และไม่ใช่แค่เรื่องทรัพยากร แต่ยังหมายถึงการมีสิ่งชีวิตถือกำเนิดขึ้นอีกด้วย มันจึงเป็นไปได้ว่าการวิเคราะห์นี้จะแสดงถึงการมีอยู่จริงของมนุษย์ต่างดาว มาเข้าเรื่องของหัวข้อของเราดีกว่า มนุษย์ต่างดาวเพาะพันธุ์โดยใช้มนุษย์ นั้นเป็นคำล่าวจะมนุษย์โลกที่อ้างตัวว่า เขานั้นถูกมนุษย์ต่างดาวจับตัวไป

แล้วได้ไปเห็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆของมนุษย์ต่างดาว ซึ่งตัวเขาเองนั้นรอดเพราะร่างกายไม่มีเงื่อนไขที่มนุษย์ต่างดาวต้องการ สิ่งที่บุคคลคนนี้กำลังกล่าวนั้นหมายความว่า ในโลกของมนุษย์ต่างดาวนั้นได้มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ที่ก้าวไปไกลกว่าโลกของเราอย่างมาก เพราะสามารถสร้างยานพาหนะที่เดินทางมาด้วยความไวแสงได้ รวมไปถึงการเพาะพันธุ์โดยใช้มนุษย์ แต่นั้นเป็นสาเหตุอะไรที่ทำให้มนุษย์ต่างดาวต้องเพาะพันธุ์กลุ่มคนตัวเองจากมนุษย์

ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงนั้นไม่มีใครทราบได้ ว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นกำลังทดลองทำอะไรอยู่ แต่ถึงอย่างไรแล้วเรื่องนี้เราควรมีความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่า ยังไม่มีอะไรมาเป็นข้อพิสูจน์ได้ถึงการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์ต่างดาว มีเพียวแค่การวิเคราะห์จากทฤษฎีที่ถูกสร้างขึ้นมากเท่านั้น

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  rb88

ไวรัสทำไมถึงเล่นงานปลอดมนุษย์เพียงอย่างเดียว?

ซึ่งในระหว่างนี้ในขณะที่มีเชื้อไวรัส-2019ได้กระจายตัวนั้นในช่วงแรกๆเราเองจะยังไม่รู้ตัวเราจะไม่รู้ตัวเลยว่าเชื้อนั้นมันได้เข้าไปอยู่ในร่างกายแล้วจนมันกระจายได้พอสมควรจากนั้นร่างกายเรามันก็จะเริ่มรู้แล้วว่าเริ่มมีสิ่งแตกปลอมเข้ามาในร่างกาย

นอกจากนั้นด้านกองทัพของภูมิคุ้มกันในร่างกายของเรามันก็จะรวบรวมกำลังออกมาสู้กับไวรัสและสำหรับในบางคนในช่วงนี้ที่ตัวเราจะเริ่มมีออกอาการไอจามและก็จะแพร่เชื้อต่อไปให้กับคนอื่นๆเพราะว่าเม็ดเลือดขาวนั้นที่มันได้เป็นภูมิคุ้มกันของเรานั้นมันเริ่มที่จะทำการต่อสู้กับเจ้าไวรัสที่มันได้เข้าไปอยู่ในร่างกายของเรา

ซึ่งพวกมันก็จะพยายามที่จะทำงานกันอย่างกันเพื่อสู้กับไวรัสเพื่อที่จะให้ไวรัสนั้นตายและในช่วงเวลานี้เองที่มันได้ทำให้เซลล์ปลอดได้เกิดความเสียหายเกิดเป็นบาดแผลแล้วก็เป็นแผลเป็นทีนี้เราทำไมมันถึงจะต้องมาเป็นเจ้าไวรัสโคโรน่าสายพันใหม่-2019ที่ก่อให้เกิดเจ้าโควิดได้อย่างรวดเร็วกว่าไวรัสโคโรน่าสายพันอื่นๆ

นอกจากนี้ได้มีงานวิจัยได้ตีพิมพ์ในวันที่13มีนาคม ได้พบจุดที่น่าสนใจก็คือว่าเจ้าสไปโปรตีนหรือเจ้าหนามของไวรัสโคโรน่าสายพันใหม่-2019มันสามารถจับได้กับตัวรับรีซิสเตอร์หรือในเซลล์Genetic Material ที่อยู่ในร่างกายของมนุษย์ได้หนาแน่หรือยึดแน่นกว่าไวรัสโคโรน่ากว่าสายพันอื่นอย่างเช่นสายพันที่ทำให้เกิดโรคซาร์สถึง10เท่า

นอกจากนี้มันยังได้มีการตีบทความอ้างอิงในงานวิจัยต่างๆว่าสไปโปรตีนไวรัสโคโรน่าสายพันใหม่-2019ก็แข็งแรงกว่าสไปโปรตีนของโคโรน่าสายพันที่มันสามารถทำให้ก่อเกิดโรคซาร์สถึง4เท่าพูดง่ายๆว่าความรุนแรงของมมันที่ได้เข้าได้แบ่งตัวแล้วทำร้ายเซลล์ในร่างกายของเราอาจจะไม่เท่าซาร์สหรือเบอร์แต่มันดันไปเกาะกับACE-2ได้อย่างหนาแน่นกว่าทั้งซาร์สหรือเบอร์เราจะเพิ่มความเข้าใจให้กับทุกคนนิดนึงเกี่ยวกับตัวรับหรือว่ารีซิสเตอร์

ซึ่งไวรัสโดยปกติแล้วมันจะมีคุณบัติของมันในตัวซึ่งมันจะมีการตอบสนองต่อเซลล์ในแต่ละเซลล์ของร่างกายของสิ่งมีชีวิตไม่เหมือนกันและก็ได้มีสามารถในการอยู่รอดในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละอย่างก็มีความแตกต่างกันอย่างเช่นไวรัสชนิดหนึ่งอาจจะสามารถเกาะติดกับเจ้าสิ่งมีชีวิตได้หลายประเภททั้งคนและก็สัตว์หรือตัวรับสามารถพบได้ทุกส่วนของร่างกายก็จะทำให้ติดเชื้อในหลายระบบของร่างกายไม่ใช่เพียงแค่ปลอดแต่ส่วนอื่นๆด้วย

 

สนับสนุนโดย  betbbthai

มนุษย์ ก็คือ มนุษย์ต่างดาว

คุณเคยเห็นมนุษย์ต่างดาวตัวจริงหรือไม่? แต่จะว่าไปแล้วคนที่ได้พบกับมนุษย์ต่างดาวนั้นก็ถือว่ามีน้อยมากเลยนะ ซึ่งทำให้ได้มีกลุ่มคนทั้งให้ความเชื่อกับเรื่องนี้ และที่ไม่ให้ความเชื่อนั้นเป็นเพราะหาสิ่งที่นำมาพิสูจน์ไม่ได้ และไม่เคยเห็นกับตาของตัวเอง สิ่งหนึ่งที่เรามักจะคิดว่าอยู่เสมอเรื่องมนุษย์ต่างดาวนั้นก็คือ สิ่งมีชีวิตเราเหล่านั้นที่เราเรียกเขาว่ามนุษย์ต่างดาว เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่นอกดาวโลกของเรา

นั้นหมายถึงว่าเขาเดินทางมาจากดาวดวงอื่นๆที่อยู่นอกโลก แต่อาศัยอยู่จักรวาลเดียวกันกับเราหรือต่างจักรวาล ซึ่งถือว่าแนวคิดนี้ถูกการเผยแพร่ออกไปเป็นวงกว้าง แต่ถึงอย่างไรนั้นก็ใช่ว่าจะมีคนเชื่อ แต่เพราะมีคลิปวิดีโอถูกปล่อยออกมา ซึ่งเป็นคลิปที่ถูกอ้างว่าเป็นการบันทึกภาพวิดีโอการสอบปากคำจากมนุษย์ต่างดาวตัวจริง

โดยฐานลับสุดยอดของอเมริกา หรือที่ทราบกันดีในชื่อ แอเรีย 51 เมื่อปีค.ศ.1964 ซึ่งได้นำมนุษย์ต่างดาวที่พบและจับกุมตัวเอาไว้มาสอบปากคำต่างๆ ซึ่งหนึ่งในคำถามนั้นก็คงหนีไม่พ้นกับคำถามที่ใครๆต่างก็อยากทราบว่าให้แน่ชัดว่า แท้จริงแล้วมนุษย์ต่างดาวนั้นเดินทางมาจากที่ไหน ดาวดวงใด จักรวาลแห่งนี้ใช่หรือไม่ แล้วเดินทางมายังดาวโลกที่มนุษย์เราอาศัยอยู่ทำไม ซึ่งคำตอบของมนุษย์ต่างดาวนั้นอาจจะดูฟังแล้วสับสนในตอนแรก แต่ถ้าหากลองจับจำใจความดีๆแล้วก็คงพอเข้าใจได้ไม่ยาก มนุษย์ต่างดาวที่ถูกสอบปากคำนั้นได้ให้คำตอบว่า พวกเขานั้นไม่ได้เดินทางมาจากที่ไหน

ไม่ได้มาจากดาวดวงอื่น แต่พวกเขานั้นคือเรา ใช่ คำตอบของมนุษย์ต่างดาวนั้นหมายถึงว่ามนุษย์เรากับมนุษย์ต่างดาวคือสิ่งเดียวกัน อาจจะฟังดูงง ซึ่งในคำถามต่อมานั้นก็คือ จะบอกว่าเราในอนาคตเปลี่ยนสายพันธุ์เป็นพวกคุณใช่หรือไม่ สิ่งที่มนุษย์ต่างดาวตอบคือ ใช่ ในอนาคตมนุษย์จะมีการเปลี่ยนแปลงทางสปีชีส์ และโครงสร้างของร่างกาย ทำให้มนุษย์ในยุคปัจจุบันไม่สามารถอาศัยอยู่ต่อไปได้

จะมีเพียงมนุษย์บางส่วนเท่านั้นที่จะสามารถรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่โลกเปลี่ยนไปได้ และคำตอบนี้ก็ดูจะเป็นที่น่าตกใจต่อเจ้าหน้านี้ นั้นหมายความว่าพวกเขาได้ย้อนเวลากลับมาอีกอย่างนั้นหรือ แล้วกลับมายังอดีตเพื่ออะไร ซึ่งคำตอบของมนุษย์ต่างดาวก็คือ ในอนาคตเทคโนโลยีจะก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ที่เดินทางกลับมานั้นเพื่อจะหาสาเหตุในอดีตว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเพียงเท่านั้น

ไม่ต้องการกลับมาเพื่อแก้ไขแต่อย่างนั้น ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนเพราะในโลกอนาคตของพวกเขานั้นถูกจารึกเหตุการณ์เหล่านั้นไว้เรียบร้อยแล้ว และนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของคลิปวิดีโอลับนี้ ในส่วนที่เหลือคือการพูดถึงการเกิดจักรวาล การเกิดโลก การเกิดมนุษย์ การที่มนุษย์สูญพันธุ์ แต่ถึงอย่างไรนั้นก็ไม่มีข้อมูลแน่ชัดแต่อย่างใดว่าคลิปวิดีโอเป็นของจริง ฉะนั้นแล้วเรื่องอาจจะต้องทำการพิสูจน์และตรวจสอบกันต่อไป

 

สนับสนุนโดย    ซื้อหวยฮานอยออนไลน์