การเดินทางของนักสำรวจที่ไปยังหมู่เกาะแรงเกล

การเดินทางของนักสำรวจที่ไปยังหมู่เกาะแรงเกล

Ada Blackiack

โดยเริ่มแรกนั้นคณะนักสำรวจทั้งสี่คนนั้นก็ได้ออกเดินทางเพื่อที่จะไปยังในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐอลาสก้าเพื่อที่จะเข้าไปติดต่อว่าจ้างชาวเอสกิโมเพื่อให้ทำหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือพวกเขาในระหว่างที่พวกเขานั้นกำลังตั้งแคมป์อยู่บนเกาะแรงเกลในเวลาประมาณ4ปีแต่เนื่องจากมันได้เป็นระยะเวลาที่มันนานเกินไป

จึงได้ทำให้ไม่มีชาวเอสกิโมคนไหนที่จะขอรับงานดังกล่าวแต่ทว่าได้มีหญิงสาวชาวเอสกิโมคนหนึ่งได้กลับสนใจที่จะยอมรับงานที่ว่ามานี่และเธอก็ได้มีนามว่า  เอด้า แบล็กแจ็ก เอด้า แบล็กแจ็ก ได้มีอายุเพียงแค่ประมาณ23ปีเธอได้เป็นแม่ม้ายเลี้ยงเดียวและเธอก็ยังจะต้องเลี้ยงดูแลลูกชายในวัยประมาณ5ขวบที่ได้มีอาการป่วยเป็นวันละโรคเพียงลำพังเธอนั้นได้มีฐานะที่ยากจนและเธฮนั้นก็จำเป็นที่จะต้องการที่จะใช้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อที่เธอนั้นจะเก็บเอาไว้

เพื่อที่จะเอาไว้ใช้รักษาลูกชายของเธอให้หายเป็นปกติ ซึ่งโดยคณะนักสำรวจก็ได้เสนอเงินจำนวนหนึ่งได้เป็นจำนวนประมาณ50ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ซึ่งในสมัยนั้นย่อมเป็นจำนวนเงินที่สูงมากจึงทำให้ตัวเธอนั้นจำเป็นที่จะต้องภาคลูกไปและเมื่อในวันที่9กันยายน ในปี คศ.1921 เธอและก็พวกเหล่านักคณะสำรวจก็ได้ออกเดินทางที่จะไปใช้ชีวิตยังที่เกาะแรงเกล ซึ่งโดยคณะนักสำรวจต่างก็ได้แต่คาดหวังในตัวเธอเอาไว้มาก

และในทุกคนนั้นต่างก็ได้คิดเอาไว้ว่าเธอนั้นน่าจะมีสกิลได้การเอาตัวรอดตามแบบฉบับของชาวเอสกิโมได้เป็นอย่างดีและพวกเขานั้นจะหารู้ไม่หรือว่า เอด้า แบล็กแจ็ก นั้นเขาไม่รู้เรื่องในการเอาตัวรอดใดๆเลยเธอรู้แต่แค่เพียงเรื่องของการทำอาหารและการตัดเย็บเสื้อผ้าเพียงเท่านั้น ซึ่งนักคณะสำรวจก็ได้เดินทางมาถึงยังที่หมู่เกาะแรงเกลเมื่อในวันที่16กันยายน ในปี คศ.1921โดยได้มีการเตรียมเสบียงมาเพียงพอแค่เลี้ยงชีพในระยะเวลาแค่เพียง6เดือนเท่านั้น

จนในกระทั่งเมื่อเสบียงนั้นหมด  เอด้า แบล็กแจ็ก นั้นก็ไม่สามารถที่จะหาเสบียงนั้นเพิ่มได้จึงทำให้เหล่านักสำรวจนั้นต้องแยกย้ายออกกันไปหาเสบียงกันเอาเองแต่ก็ไม่สามารถที่จะหาเสบียงได้เลยเพราะในเวลานั้นได้เป็นช่วงฤดูหนาวที่มีสภาพอากาศที่เลวร้ายมากอุณหภูมิติดลถึง50องศาเซลเซียสพวกเขาจึงตัดสินใจให้สมาชิกในกลุ่มทั้งสามคนนำเลือนหิมะออกไปเสบียงที่แผ่นดินใหญ่ที่อยู่ห่างไกลออกไปประมาณ140กิโลเมตร

ส่วนคนที่เหลือนั้นมีหน้าที่เฝ้าแคมป์อยู่บนเกาะจนกว่าที่พวกเขาทั้งสามจะกลับมารอแล้วรอเล่านักสำรวจทั้งสามคนที่ออกไปหาเสบียงก็ยังไม่กลับมาสักทีทำให้ เอด้า และคนที่อยู่ที่แคมป์ต้องใช้ชีวิตแบบหิวโหยท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวจัด

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  dewabet

ตำนานโบราณที่เล่าถึงสงครามเทพเจ้า

มนุษย์คือลูกหลานของเผ่าพันธุ์ต่างดาวที่ดาวบ้านเกิดถูกทำลายพันปีก่อนเช่นนั้นหรือตำนานโบราณที่เล่าถึงสงครามเทพเจ้าจริงๆแล้วคือบันทึกการต่อสู้ระหว่างกลุ่มมนุษย์ต่างดาวที่พยายามครองโลกและยังต่อสู้กันมาจนถึงปัจจุบันนี้หรือไม่บางทีเราอาจพบเงือนงำเพิ่มเติมได้จากการศึกษาบันทึกการพบเห็นยูเอฟโอเหนือโรงไฟฟ้านิวเคลลียร์ในยุคปัจจุบันก็ได้สุลตานาบัด ประเทศอิหร่าน พฤศจกายนปี 2004

กองทัพอากาศอิหร่านรีบร้อนส่งเครื่องบินรบF14ขึ้นไปเผชิญหน้ากับยานบินปริศนาที่มุ่งหน้าเข้ามาไกล้โรงงานปฏิกรณ์นิวเคลียร์อย่างรวดเร็วขณะที่พวกเขาเข้าไปไกล้นักบินรายงานว่าเขาพบเห็นวัตถุเรืองแสง ที่พวกเขาไม่เคนเห็นมาก่อนมันมีรูปทรงกลมและปล่อยไอพ่นสีเขียวออกมาเมื่อพวกเขากำลังล็อคเป้าขีปนาวุธก็พบว่าเรดาร์ถูกรบกวนจารังสีแม่เหล็กปริมาณมากที่ปล่อยมาจากยานบินไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไร

มันมีลักษณะตรงกับยานยูเอฟโออย่างแน่นอนและมันก็ออกไปจากบริเวณนั้นไปอย่างรวดเร็วมากแต่ว่า ซึ่งที่น่าทึ่งและน่าฉงนตลอดจนน่าตกใจเป็นพิเศษก็คือทำไมยูเอฟโอถึงต้องสนใจโรงงานปรมาณูแบบนี้ด้วยนอกจากนี้ยังมีการรายงานการพบเห็นยานยูเอฟโอเหนือฐานยิงจรวดนิวเคลียร์ในอังกฤษและอเมริกาด้วยในเดือนมีนาคม ปี 1967ที่รัฐมอนทานา

เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีการพบเห็นยานยูเอฟโอครั้งที่น่าทึ่งน่าตระหนกตกใจที่สุดครั้งหนึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบรรยายการพบเห็นจานบินเรืองแสง ซึ่งตรงตามนิยามของยูเอฟโออยู่ๆจรวดมิสไซล์ลูกหนึ่งก็ออฟไลน์ไปจากนั้นก็ตามด้วยอีกลูกหนึ่งแล้วก็อีกลูกหนึ่งจนกระทั่งมิวไซล์ทุกลูกเกิดทำงานไม่ได้ไปอย่างลึกลับแบบนั้นมันน่าตกใจมาก

เพราะว่ามันเท่ากับบ่งบอกว่าถ้าสักวันหนึ่ง ยูเอฟโอเกิดประสงค์ร้ายขึ้นมาคลังอาวุธนิวเคลียร์ของเราทั้งหมดอาจไม่สามารถใช้งานได้เลยเป็นไปได้หรือไม่ที่มนุษย์ต่างดาวกำลลังติดตามสิ่งก่อสรางที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์บนโลกอยู่ถ้าเช่น ทำไมถึงต้องเป็นเช่นนั้นมีอยู่ด้วยกัน2เหตุผลว่าทำไมยูเอฟโอถึงสนใจในการทำปรมาณูขึ้นมาใช้งานของเราข้อแรกอาจเป็นไปได้ที่พวกเขาเป็นห่วงว่าเรากำลังทำลายตัวเองและมนุษย์ต่างดาวมีวาระซ่อนเร้นอยู่กับการเก็บรักษามวลมนุษยชาติเอาไว้

หรือบางทีอาจจะเป็นเหตุผลส่วนตัวก็ได้ถ้าสิ่งที่พวกเขาต้องการคือดาวโลกความเป็นไปได้อีกประการหนึ่งก็คือพวกเขาเกรงว่าหากเราพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่ล้ำหน้ามากขึ้นเรื่อยๆสักวันหนึ่งเราจะเป็นคู่แข่งของพวกเขาอาวุธนิวเคลียร์อาจจะเป็นเพียงเทคโนโลยีเดียวที่มนุษย์มีอยู่ ที่อาจจะเป็นภัยคุกคามพวกเขา ก็เป็นไปได้

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย  bk8

ตำนานอินคา

ซึ่งด้วยผลกระทบจากพระคัมภีร์ดั้งเดิมที่สภาแห่งชาติราวนีเชียในคริสต์ศตวรรษที่4ในเล่มที่3ของหลังสือนอกระบบคัมภีร์ “ENOCH”กล่าวไว้ว่าเทวดาที่รู้กันว่าเป็นผู้พิทักษ์ได้พาเขาขึ้นรถม้าเพลิง มุ่งตรงไปยังสวรรค์ “ENOCH”ถูกนำขึ้นไปนอกโลกสู่สวรรค์มันเป็นรายละเอียดที่น่าทึ่งของบันทึกของผนังคริสตัลกบัแสงที่ออกมาจากมันและในห้องคริสตัล

ฟังดูเหมือนบางคนจากโลกโบราณพยายามอธิบายโลลกเทคโนโลยีชั้นสูงที่เหมือนกับนิยายวิทยาศาสตร์จากหลายมุมมองพอคุณอ่านคัมภีร์ของ“ENOCH”เขาได้ถูกลักพาโดยมนุษย์ต่างดาวและพวกเขาก็พาไปยังยานอวกาศแสดงให้ดูโลกและให้คำแนะนำที่พิเศษต่อเขาคัมภีร์ “ENOCH”ยังระบุอีกว่าผู้พิทักษ์200ตนลงมายังโลก

เพื่อดูมนุษยชาตติ และช่วยในการพัฒนาของเราผู้พิทักษ์ถูกพูดถึงว่า ได้สอนมนุษยชาติในศิลปะและวิทยาศาสตร์ที่หลากหลายที่เป็นความรู้ในหมู่เทวดาของสวรรค์และรวมถึงดาราศาสตร์ศาสตร์การชั่งตวง การใช้อาวุธ “ENOCH”พูดถึงสิ่งที่มีชีวิต ที่เคยมาเห็นศักยภาพของมนุษยชาติและสอนความรู้พวกนั้น คือ สิ่งที่ผู้พิทักษ์เป็นจะเป็นไปได้ไหมว่า

ที่ผู้พืทักษ์ซึ่งอธิบายในคัมภีร์ “ENOCH”คือมนุษย์ต่างดาวที่มายังโลกและสอนมนุษย์สมัยก่อนในโลกโบราณพวกเขาได้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้ที่อาจะนำเรามาถึงจุดนี้ในการพัฒนาเทคโนโลยีของเราใช่หรือไม่นักทฤษฏีพระเจ้าอวกาศโบราณบอกว่าใช่และแนะว่าหลักฐานสำหรับเรื่องนี้จะพบเห็นได้ทั่วทุกมุมโลกทั่วโลกเราพบเรื่องราวที่น่าสนใจคล้ายๆกับของผู้พิทักษ์ที่มายังโลกของเราและให้ความรู้ต้องห้ามกับคนทั่วไปโดยเฉพาะความลับของสวรรค์  ตำนานอินคา

บ่งชี้ว่าเทพเจ้ามิราเคิล “ชา”ได้สร้างมนุษย์และสอนเรื่องดาราศาสตร์เกษตรกรรม และศิลปะล้ำหน้าอื่นๆ อารยธรรมมายาเชื่อว่าเทพเจ้าสอนมนุษย์เรื่องการเขียน การคำนวณ และวิทยาศาสตร์และในตำนานจีนโบราณ เทพเจ้าผู้ปกครองหวงตี้แนะนำการพัฒนามากมายอย่างเช่น ล้อเฟือง การทอ และการเขียน

ถ้ามนุษย์ต่างดาวลงมายังโลกจริง เพื่อช่วยคนทั่วไปมันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาจะเป็นไปได้ไหมว่ามนุษย์ต่างดาวโบราณที่เรียกว่า “ผู้พิทักษ์”ที่จริงแล้วอยู่รอดจากความหายนะ เมื่อครั้งน้ำท่วมโลกและพวกเขาไม่เพียงจะอยู่รอดแต่เขายังอยู่ในหมู่ของพวกเราอย่างลับๆมาตลอดหลายพันปี นักทฤษฏีพระเจ้าอวกาศโบราณบอกว่าใช่และอ้างว่าหลักฐานที่ถูกพบนั้นได้อยู่ลึกลงไปใต้โลก วันที่ 25 มกราคม1967 Massachusetts เบนตี้ แอนเดอนสัน วัย 30ปี

อยู่ในครัวของเธอหลังอาหารค่ำในขณะที่แม พ่อ และลูกอีก7คน อยู่ในห้องนั่งเล่นจู่ๆไฟก็ดับแล้วหลังจากนั้นเพียงครู่เดียวก็มีลำแสงสีแดงถูกยิงผ่านหน้าต่างเข้ามาเธอฝกล่าวว่า ฌะอเห็นแสงแวบสีแดงส้มเข้ามาตรงหน้าต่างของห้องอาหารมีสิ่งมีชีวิต5ตนเข้ามาในบ้านของเธอตรงประตูพวกเขามีตาสีดำและใหญ่จมูกเล็ก ปากบางและแยกและรูเล็กๆเป็นหูศีรษะใหญ่และบวมตอนนั้นเธอตกใจมากเธอสงสัยว่าอะไรเกิดขึ้นกับเธอกันแน่

 

สนับสนุนโดย  BK8

โคโรนาทำพิษทำครูสอนพิเศษไม่มีงานทำ 

ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid- 19 กำลังขยายอาณาเขตเข้าสู่ระบบการศึกษาซึ่งนอกจากจะมีผลกระทบต่อเด็กนักเรียนแล้วคุณครูอาจารย์ที่สอนก็ยังได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากอีกด้วยจริงอยู่ว่าในขณะนี้เป็นช่วงเวลาของการปิดเทอมของเด็กนักเรียนชั้นประถมและเด็กนักเรียนชั้นมัธยมซึ่งมีผลทุกจังหวัดของประเทศ

แต่เชื่อหรือไม่ว่าช่วงฤดูการปิดเทอมใหญ่ของเด็กนักเรียนนี้เป็นช่วงที่โรงเรียนสอนพิเศษรวมถึงสถาบันสอนพิเศษต่างๆจะได้กรอกโกยรายได้จากการเรียนการสอนในช่วงเวลาการปิดเทอมและยังเป็นการหารายได้พิเศษของคุณครูที่หมดช่วงเวลาการสอนธรรมดามาสอนพิเศษและจะได้เงินค่าสอนพิเศษเยอะมากขึ้นรวมถึงครูสอนพิเศษที่เดินทางมาจากต่างประเทศต่างก็ได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งหมดส่วนหนึ่งเพราะเนื่องจากว่าปัจจุบันถ้ารัฐบาลได้ขอความร่วมมือสถานศึกษาทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนของรัฐบาลเองโรงเรียนเอกชนหรือแม้แต่สถาบันการเรียนต่างๆ

ทั้งการสอนภาษาไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย  ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น สอนคณิตศาสตร์รวมถึงสถาบันที่สอนเกี่ยวกับเรื่องของการแสดงไม่ว่าจะเป็นการเต้น การร้องเพลง รวมถึงสถาบันที่สอนเกี่ยวกับเรื่องของดนตรีต่างๆก็ปิดให้บริการเนื่องจากว่าส่วนหนึ่งนั้นก็มาจากที่ผู้ปกครองเองก็เล็งเห็นแล้วว่าหากนำบุตรหลานมาเรียนในช่วงนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อการเจ็บป่วย

ซึ่งอาจจะได้รับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสก็เป็นได้หลายสถาบันอาจจะยังมีการเปิดสอนอยู่เพราะว่ายังมีเด็กนักเรียนที่สนใจไปเรียนอยู่แต่ล่าสุดนี้เมื่อทางรัฐบาลประกาศให้มีการปิดห้างสรรพสินค้าทุกแห่งในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลทำให้สถาบันการศึกษาที่เปิดสอนอยู่ในห้างต้องปิดตัวลงไปด้วยซึ่งนั่นทำให้อาจารย์ที่รับสอนพิเศษตามสถาบันตามห้างต้องถูกงดการสอนลงไปด้วยเช่นเดียวกัน

ดังนั้นผลกระทบนี้จึงแพร่กระจายเป็นวงกว้างสำหรับครูที่สอนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเนื่องจากว่ารายได้ลดลงและที่สำคัญถ้าเป็นชาวต่างประเทศขอโทษจะไม่มีรายได้มาจนเจอตัวเองและครอบครัวของเขาเลยช่วงนี้กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของระบบการศึกษาไทยที่กำลังเป็นอยู่ว่าทางรัฐบาลเองจะมีการช่วยเหลือเยียวยาคุณครูที่มีอาชีพสอนพิเศษอย่างนี้ได้อย่างไรยกเว้นว่าผู้ปกครองบางคนอาจจะมีการจ้างครูสอนพิเศษโดยตรงให้มาสอนบุตรหลานของตนเอง

ที่บ้านมันก็ค่อนข้างเป็นไปได้ยากเนื่องจากผู้ปกครองเองก็กลัวเรื่องของการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเช่นเดียวกันดังนั้นส่วนใหญ่จึงมาป้องกันตัวเองให้อยู่แต่ในบ้านรวมถึงคงไม่อยากให้ใครที่ไม่รู้จักและไม่รู้ว่าเขามีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่หรือไม่เข้ามาอยู่ในบริเวณบ้านของตนเองหรือใกล้ชิดกับกฎหมายของตนเอง

ไวรัสระบาดทำให้เด็กไทยไม่ได้เรียนพิเศษ 

   ปัจจุบันไวรัสโคโรน่ามีการแพร่อย่างกว้างขวาง ทำให้หลายฝ่ายได้รับผลกระทบกว้างขวางไม่ว่าจะเป็นคนทำงานผู้ป่วยหรือแม้แต่เด็กนักเรียนนักศึกษาเองก็ตามโดยสำหรับคนวัยทำงานนั้นปัจจุบันมีการออกกฎขอความร่วมมือกับทางบริษัทต่างๆเพื่อให้พนักงานได้ทำงานที่บ้านแทนการเดินทางไปทำงานที่ออฟฟิศป้องกันการแพร่เชื้อระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า

ในขณะเดียวกันผลกระทบสำหรับคนป่วยนั่นก็คือผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามีเป็นจำนวนมากทำให้โรงพยาบาลไม่มีพื้นที่เพียงพอในการรองรับผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคอื่นๆรวมถึงคนที่เป็นโรคไข้หวัดหรือเป็นโรคผื่นธรรมดาที่ไม่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ก็มักจะหวาดกลัวว่าหากเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจะทำให้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าที่จะหายจากโรคที่ตัวเองเป็น

เท่านั้นยังไม่พอผลของการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังมีผลกระทบต่อเด็กๆสำหรับเด็กนักเรียนมหาวิทยาลัยงั้นผลกระทบต่อการเรียนการสอนและมีมากโดยส่วนใหญ่นักเรียนในมหาวิทยาลัยต้องเรียนผ่านทางระบบออนไลน์แทนการเดินทางไปเรียนกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยส่วนเด็กนักเรียนชั้นประถมหรือแม้แต่ชั้นมัธยมถึงแม้ว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงของการปิดเทอมแต่โดยปกติแล้วผู้ปกครองมักจะให้เด็กนักเรียนเรียนเสริมในช่วงเทอมนึงผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนามีผลกระทบทำให้ปิดเทอมเด็กๆไม่ได้ไปเรียนเสริมหรือเรียกได้ว่าแทบไม่ได้ออกนอกบ้านเลยทีเดียว 

กระทบนี้นอกจากจะกระทบต่อตัวเด็กนักเรียนเองแล้วยังกระทบไปถึงโรงเรียนที่เปิดเรียนเปิดการสอนพิเศษอีกด้วยเพราะเนื่องจากว่าผู้ปกครองไม่พาบุตรหลานไปเรียนพิเศษที่สถาบันที่เปิดสอนพิเศษทำให้สถาบันก็ไม่มีคนที่จะเข้าไปเรียนดังนั้นครูที่สอนพิเศษหรือแม้แต่ตัวพนักงานก็จะไม่มีงานทำซึ่งจะเห็นได้ว่าผลกระทบนี้แผ่ขยายวงกว้างเป็นลูกโซ่เลยทีเดียวเฉพาะแค่เรื่องของการเรียนอย่างเดียวก็มีผลกระทบต่อคนเป็นจำนวนมากผลกระทบต่อผู้ปกครองเอง

พี่ต้องคอยดูแลบุตรหลานในช่วงที่ปิดเทอมโดยปกติแล้วเมื่อปิดเทอมผู้ปกครองมักจะพาลูกไปเรียนพิเศษเพื่อตนเองจะได้ไม่ต้องดูแลหลาน หรือแม้แต่เด็กบางคนก็อยากจะไปเรียนพิเศษเพื่อที่จะได้ไปเจอเพื่อนๆมีการนัดงั้นเอาไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะไปเรียนวิชาอะไรแต่พอถึงเวลาที่เชื้อไวรัสโคโรน่ามีการแพร่ระบาดอย่างหนักทางสถาบันการสอนต่างๆ

รวมถึงทางโรงเรียนที่จะเปิดสอนการเรียนพิเศษในช่วงปิดเทอมต่างก็ทยอยการปิดกิจการรวมถึงถูกทางรัฐบาลขอความร่วมมือไม่ให้เปิดการเรียนการสอนเพื่อที่เชื้อโรคจะได้ไม่แพร่ระบาดในกลุ่มเด็กที่ไปเรียนพิเศษซึ่งทางรัฐบาลจะต้องรีบหาทางแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าให้เร็วที่สุดเพราะอีกไม่นานโรงเรียนก็จะเปิดเทอมแล้วหากยังแก้ไขไม่ได้จะส่งผลกระทบกับโรงเรียนและเด็กนักเรียนในระยะยาวอีกด้วย

สัตว์ที่ถูกตัดหัวแล้วยังไม่ตายโดยทันที

งู 

ก็อย่างที่ได้ทราบกันมาดีว่างูนั้นสามารถที่จะฆ่าสัตว์ใหญ่ที่ตัวใหญ่กว่ามันได้หลายเท่าโดยการใช้พิษของมันนั่นเองแต่ก้ไม่ใช่งูทุกตัวที่จะสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้ซึ่งงูในบางชนิดได้ใช้พละกำลังสังหารเหยื่อและต่อไปนี้มันคือเรื่องราวพิศวงที่ใครต่อใครหลายคนก็ยังไม่รู้เรื่องราวที่เกี่ยวกับงูโดยงูนั้นได้มีราวประมาณ300ชนิดบนโลกใบนี้แต่ก็จะมีแค่เพียง700ชนิดที่มีพิษและในจำนวนนี้ก็มีอยู่แค่เพียง250ชนิดที่มันสามารถที่จะฆ่าคนได้ด้วยแค่เพียงการกัดครั้งเดียวและที่น่าสนใจมากเลยก็คือมีอัตตรายในการตัดสินใจสำเร็จ100%ซึ่งนั้นก็แปลว่ารบ100ครั้งก็ชนะ100ครั้ง

และในบางคนก็อาจจะถามนะว่าแล้วถ้าได้ตัดหัวของมันขาดไปแล้วและมันจะยังสามารถที่จะฉกคนให้ตายได้อยู่หรือป่าว ซึ่งก็ได้มีการรายงานจากต่างประเทศด้วยว่าได้มีเกษตรกรคนหนึ่งและหลังหลังจากที่เขานั้นได้เอาจอบสับไปที่หัวของมันจนขาดในขณะที่มันนั้นได้กำลังเลื่อนเข้ามาที่ยังไร้ของเขาและหลังจากนั้นเขาก็จะต้องตกใจเพราะงูหัวขาดตัวนี้ได้วกมากัดที่นิ้วมือของเขาจนทำให้เขานั้นไปถูกพาส่งโรงพยาบาลเนื่องจากพิษของงูแต่สุดท้ายแล้วเขาก้ได้เสียชีวิตลงในเวลาดังกล่าวต่อมาโดยผลการวิจัยแล้วได้บอกว่าหัวงูที่ได้ถูกตัดขาดนั้นมันยังสามารถที่จะทำอันตรายเราได้ในช่วงเวลา20 60นาทีหลังจากที่หลุมออกจากลำตัวเพราะฉะนนั้นอย่าไปประมาทกับมันเลยจะดีกว่า

หมึกยักษ์

และสำหรับหมึกยักษ์นั้นมันเป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณเมื่อนานมาแล้วแต่ถึงอย่างนั้นก็มีความลึกลับมากมายที่เกี่ยวกับปลาหมึกยักษ์ที่เรานั้นไม่เคยรู้มาก่อนหรือพึ่งจะมารู้เมื่อ20ปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นปุ่นดูดที่อยู่บนแขนของพวกมันที่มีความเฉลี่ยนประมาณ2.5เซนติเมตร ซึ่งปุ่นดูดที่ใหญ่ที่สุดบนหนวดจับของปลาหมึกยักษ์นั้นมันมีขนาดถึง5.5เซนติเมตรเลยทีเดียวและเมื่อพวกมันนั้นได้ถูกโจมตีปลาหมึกยักษ์ก็จะโต้ตอบด้วยการขยายปุ่นดูดให้กว้างเพื่อที่จะได้จู่โจมศัตรูและที่ยังได้พิเศษไปกว่านั้น

มันก็คือเมื่อหนวดของมันนั้นได้ขาดเมื่อโดนนักล่าทำร้ายและหนวดของมันก็ยังสามารถที่จะงอดขึ้นมาใหม่ได้โดยหมึกยักษ์สามารถที่จะสลับหนวดและงอดขึ้นมาใหม่ได้เพียงแค่ไม่กี่อาทิตย์เท่านั้นนอกจากนี้พวกมันเองก็ยังป้องกันตัวด้วยน้ำหมึกที่อาจจพุ่งในน้ำได้นานถึง10นาทีเลยทีเดียวซึ่งเมื่อมันถูกตัดหัวออกมาแล้วหนวดของมันก็สามารถที่จะขยับไปมาได้แต่หลังจากนั้นไม่นานมันก็จะสงบนิ่งไปในที่สุด

สิ่งของที่ได้ถูกค้นพบที่ทางวิทยาศาสตร์กำลังหาคำตอบกันอยู่

แผ่นหินบันทึกพันธุวิศวกรรม

หากเราเจอแผ่นหินนี้เข้าไปวงการวิทยาศาสตร์ปัจจุบันคงสะเทือนไม่น้อยเพราะมันคือ แผ่นหินที่บักทึกเกี่ยวกับการเจริญเติบโตคนมนุษย์ในยุคโบราณของแท้อายุประมาณ6,000ปีก่อนในตอนแรกที่นักโบราณคดีได้ค้นพบมันก็ได้สงสัยว่ามันคืออะไรหลังจากที่รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นได้บันทึกความรู้สายพันธุกรรมเอาไว้เท่านั้นแหละก็ต้องตกใจเป็นอย่างมากว่าแต่ในสมัยนั้นเขาได้มีการพัฒนาที่ล้ำสมัยขนาดนี้เลยหรอและในส่วนของลวดลายที่อยู่บนหินนั้นแหละ

มันเป็นคำใบ้ที่สำคัญหลังจากที่ได้ศึกษากันอยู่พักใหญ่ก็ได้ทราบว่าเป็นรูปร่างของการเจริญเติบโตของตัวอ่อนมนุษย์ในมดลูกตั้งแต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างจนกระทั่งเริ่มมีแขนขาและศรีษะซึ่งหากย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนเทคโนโลยีจุลทัศหรืออัลตร้าซาวด์แบบในสมัยนี้มันก็ไม่น่าจะมีได้เลยและพวกเขาใช้วิถีไหนในการสังเกตุและจดบันทึกกันแน่นอนว่าคำตอบนี้มันก็ยังทำให้นักวิทยาศาสตร์ต่าง็พากันหาข้อพิสูจน์เด็ดๆไม่ได้ทุกถึงทุกวันนี้

เตาปฏิกรณ์ นิวเคลียร์

มันแปลกแต่จริงไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อแล้วว่ามนุษย์เราได้สร้าเตาปฏิกรณ์ นิวเคลียร์ มีตั้งแต่ล้านปีที่แล้ว โดยอยู่ที่ Gabon ทางตอนกลางของทวีปแอฟริกาได้มีความยาวหลายกิโลเมตรและมีแร่ยูเรเนียมซึ่งได้เป็นเชื้อเพลีงตั้งต้นอยู่ภายในด้วยว่ากันว่าเจ้านี้สามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง100กิโลวัตต์ถ้าถามว่ามันเยอะแค่ไหนก็คงต้องบอกว่าใช้เปิดไฟได้ถึง1,000ดวงจากนั้นมันยังไม่พอหลังจากที่นักวิทยาศาสตร์ได้เข้าไปตรวจสอบโดยบริเวณดังกล่าวอีกหลายที่จากนั้น

ก็ได้พบกับร่องรอยของน้ำมันเชื้อเพลิงในสถานที่ต่างๆด้วยเมื่อได้เข้ามาตรวจสอบอายุกันแบบจริงจังก็จะต้องตกใจกันเป็นอย่างมากเพราะว่าเครื่องปฏิกรณ์ นิวเคลียร์นี้ ได้มีอายุประมาณ1,800ล้านปีและดำเนินการผลิตนานต่อเนื่องราวๆ500,000ปีอีกด้วยซึ่งงก็เป็นอะไรที่มันแปลกมากเพราะสมัยนั้นมันยังไม่มีไฟฟ้าใช้หรือพลังงานไฟกันซักอย่างและเจ้าพวกเหล่านี้มันคืออะไร 

โดรปา สโตนส์

หากพูดถึงการค้นพบหินโบราณหลายคนก็อาจจะคิดว่ามันน่าเบื่อแต่โดรปา สโตนส์ จะทำให้คุณนั้นต้องตกใจกันอย่างสุดๆแน่เพราะมันได้ถูกอ้างว่าเป็นหลักฐานที่เกี่ยวกัลมนุษย์ต่างดาวหลักจากที่ถูกค้นพบในถ้ำแห่งหนึ่งที่ประเทศจีนและนำมาตีความพบว่าในนั้นมีความบันทึกที่เกี่ยวกับยานของมนุษย์ต่างดาวที่มีชื่อว่า โดรปา ตกมาโดยบริเวณดังกล่าวเมื่อ1,2000ปีที่แล้วถึงจะดูเหมือนได้คำตอบแล้วแต่นักวิทยาศาสตร์หลายคนกลับไม่เชื่อเลยสักนิดทำให้ข้อมูลดังกล่าวถูกตีพิมน้อยมาก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  nowbet

สิ่งเหล่านี้ยังไม่มีใครสามารถหาคำตอบได้จริง?

3 สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดีก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้จริง?

ศิลปะรูปยานต่างดาวของชาวมายา

สิ่งนี้มันอาจจะเป็นหลักฐานว่าชาวมายาอาจจะเคยติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวก็เป็นได้เพราะมีการค้นพบวัตถุโบราณและด้านงานศิลปะต่างๆที่มีลวดลายคล้ายกับสิ่งที่มีชีวิตนอกโลกไม่ว่าจะเป็นรูปปั่นงานแกะสลักภาพวาดหรือสิ่งประดิษฐ์อื่นๆซึ่งรวมไปถึงรูปปั่นที่ีมีการค้นพบในPUebia ประเทศเม็กซิโกก็ลวนแต่มีลวดลายสิ่งมีชีวิตที่มีกระโหลกยืดยาวพร้อมดวงตาเรียวเล็กคล้ายแอลม่อนติดอยู่และมีรูปคล้ายยานUFOอยู่ในนั้นอีกด้วยแม้ว่าเราจะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยขนาดไหนก็ตามแต่ละนักบาณคดีและนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้ว่าแท้ที่จริงแล้วมันคือรูปของมนุษย์ต่างดาวจริงๆหรือเป็นเพียงภาพของเทพเจ้าที่มีรูปร่างที่คล้ายกับงูยักษ์และมีปีนเหมือนกับนกกันแน่ถึงตอนนี้จะไม่รู้แน่ชัดแต่เชื่อว่าเทคโนโลยีในอดีคในอนาคตอาจจะไขปริศนานี้ออกก็เป็นได้

หมวกทองคำ เบอร์ลิน

มองผ่านๆเราอาจจะคิดว่ามันเป็นเจดีย์อะไรซักอย่างแต่พอร็ว่ามันเป็น หมวกทองคำ เบอร์ลิน เป็นใครก็จะตกใจกันทั้งนั้นเพราะนอกจากจะไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของมันแล้วมันยังจะดูว่าไม่น่าจะใส่สบายซักเท่าไหร่นอกจากจะเป็นรูปกรวดทรงสูงปีกหมวดแคบและถ้าไม่โปรจริงรับลองว่าตอนใส่ทุรักทุเรแน่นอนและยิ่งไปกว่านั้นมันไม่ได้มีมาเมื่อในเร็ววันนี้แต่มันได้ถูกผลิตขึ้นในปี 800ถึง1,000ปี คริสต์ศักราชนู่นเลยโดยทำมาจากทองคำนำเอามาตีให้มันเป็นแผ่นบางๆและขึ้นรูปเป็นกรวดสูงพร้อมกับมีลวดลายประดับเป็นรูปพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรัตติ บูชาพระอาทิตย์ที่นิยมอย่างแพร่หลายในยุคนั้นอีกด้วย และนั้นก็หมายความว่าจะต้องมีเทคโนโลยีบางอย่างใช้กันแล้วหลังจากที่นักวิทยาศาสตร์นำเอามาวิเคราะห์อีกทีก็คาดว่ามันอาจจะถูกทำขึ้นสำหรับเทพเจ้าหรืออพระของรัตติและยังได้เชื่อกันอีกว่ามันเป็นปฏิทินดาราศาสตร์ก็ตามถึงแม้ว่าพวกเขาก็ยัง งง อยู่กับความถอดรหัสเหล่านั้นก็ตาม

อินก้า สโตน

นี่คือสุดยอดโบราณสถานในยุคกว่า6พันปีที่นักโบราณคดียกให้มันเป็นสมบัติของมนุษย์ชาติอยู่ในเมืองlnga Brazil ประเทศบราซิลมีความยาวประมาณ45.72เมตรและมีความสูง3.9เมตรโดยมีลวดลายและสัญลักษณ์ที่แปลกกว่า400ภาพไม่ว่าจะเป็นสัตว์ต่างๆอาวุธคนนกโบราณและอื่นๆอีกมากมายแต่หลังจากที่นักโบราณคดีได้เข้ามาตรวจสอบไปเรื่อยๆนั้นก็จะต้องอ่าปากค้างเพราะบนหินมีภาพท้องฟ้าทางช้างเผือกและกลุ่มดาวโอไรอันหรือกลุ่มดาวนายพรานเอาไว้ด้วย

 

สนับสนุนโดย  9luck

โครงการวิทยาศาสตร์จำพวกทดลองเป็นยังไง

กิจกรรมหนึ่งที่สร้างความสนุกสนานร่าเริงพร้อมทั้งให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ทำการศึกษาได้อย่างถ่องแท้ก็คือ วิธีการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ หลายๆคนบางครั้งก็อาจจะมีความคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เด็กๆเขาทำกันเพียงแค่นั้น แต่ว่าความเป็นจริงโครงการวิทยาศาสตร์ถูกประยุกต์ใช้ประโยชน์อยู่ตลอด

ทั้งในตอนวัยเรียน และก็วัยทำงาน เพียงแต่ว่ารูปแบบให้ด้านการวิเคราะห์แล้วก็ความละเอียดของตัวแปรต่างๆนั้นจะเปลี่ยนแปลงไป

ประเภทของโครงการวิทยาศาสตร์มีอะไรบ้าง

พวกเราสามารถแบ่งประเภทและชนิดของโครงการวิทยาศาสตร์ได้หลายหมวดหมู่ตามลำดับวิธีการดำเนินงานทั้งหมด และก็แต่ละประเภทนั้นยังสามารถแตกแยกย่อยออกไปได้อีกหรือถ้าไม่อย่างนั้นก็อาจจะนำมาผสมผสานเข้าด้วยกันกับประเภทอื่นๆก็ยังได้ ประเภทของโครงการวิทยาศาสตร์หลักๆดังเช่น

-โครงการวิทยาศาสตร์ชนิดสำรวจ เป็นการเรียนรู้เก็บข้อมูลที่ต้องการพร้อมทั้งเอามาแบ่งประเภทใหม่ให้เข้าใจได้มากขึ้น บางทีอาจใช้กราฟหรือการกำหนดประเด็นเพื่ออธิบายเข้ามาช่วย

-โครงการวิทยาศาสตร์ประเภทสิ่งประดิษฐ์ เป็นการนำองค์วิชาความรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์มาใช้เพื่อประดิษฐ์ข้าวของบางสิ่ง โดยมีเป้าหมายให้เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่สร้างคุณประโยชน์ได้

-โครงการวิทยาศาสตร์จำพวกทฤษฎี เป็นการเสนอแนวความคิดใหม่ๆในเชิงวิทยาศาสตร์ บางครั้งก็อาจจะอ้างอิงจากข้อมูลเดิมหรือหาหลักฐานสนับสนุนใหม่ๆก็ได้

-โครงการประเภททดสอบ เป็นการออกแบบแนวทางการทดลอง เพื่อหาบทสรุปบางสิ่งบางอย่างที่ต้องการ

ความน่าสนใจของโครงการชนิดทดลอง

นี่เป็นจำพวกของโครงการวิทยาศาสตร์ที่สนุกมากที่สุด เนื่องจากผู้ศึกษาจะได้ออกแบบ แล้วก็ลงมือกระทำด้วยตัวเอง เผชิญอุปสรรคและก็หาวิธีแก้ด้วยตัวเอง ข้อสมมติที่ตั้งไว้บางทีอาจไม่เหมือนกับผลลัพธ์ที่ได้อย่างสิ้นเชิง

ทำให้เกิดองค์ความรู้แบบใหม่ซึ่งบ่อยครั้งมันนำไปต่อยอดได้มหาศาล ที่สำคัญบางข้อมูลที่กำหนดให้เป็นทฤษฎีในทางวิทยาศาสตร์แล้วเวลาทดลองจริงกลับไม่ได้เรื่องดังที่แนวความคิดกล่าวเอาไว้ ตรงนี้ผู้ทำการศึกษาก็จะต้องไปคิดต่ออีกว่าเหตุผลเป็นเพราะเหตุใด มีความผิดพลาดอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าคล้ายกับการไขปัญหาไปเรื่อยๆจนกระทั่งจะได้บทสรุปที่สมเหตุสมผลอีกอย่างหนึ่งที่ได้จากกระบวนการทำโครงงานประเภททดลองก็คือ ผู้ทำการศึกษาจะลดการตีกรอบองค์วิชาความรู้ไปโดยอัตโนมัติพร้อมเปิดรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นทั้งสิ้น แล้วก็ซึ่งก็คือการได้ทำความเข้าใจอย่างแท้จริง

ส่วนประกอบของโครงานวิทยาศาสตร์ประเภททดลอง

-จุดหมายสำหรับในการทดสอบ นี่เป็นจุดเริ่มแรกที่สำคัญจะต้องคัดกรองเลือกแผนการที่เหมาะสมให้ได้ก่อน บางทีอาจใช้กระบวนการระดมความคิดให้ได้มากที่สุด และหลังจากนั้นก็ค่อยตัดตัวเลือกที่ไม่ใช่ออกไปก็ได้

-ข้อสมมติของการทดสอบ แม้ว่าจะเป็นการทดสอบที่พวกเราไม่รู้อะไรเลย ไม่อาจเดาได้ว่าท้ายที่สุดจะเป็นยังไงพวกเราก็จะต้องสร้างสมมติฐานขึ้นมาให้ได้ อาจจะใช้องค์วิชาความรู้ที่เกี่ยวเนื่องหรือใช้ความเป็นไปได้สำหรับในการวิเคราะห์ผลลัพธ์ทั้งนี้ก็เพื่อใช้เป็นมาตรฐานสำหรับในการควบคุมให้การทดลองนั้นเป็นไปตามแผนการที่ต้องการจริงๆ

 

ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์2020

สิ่งของที่นักวิทยาศาสตร์ก็หาคำตอบไม่ได้

หากคุณคิดว่าเทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์ในยุคนี้ที่ทันสมัยที่สุดแล้วละก็คุณอาจจะคิดผิดเพราะยุคโบราณเขาก็มีแล้วแต่ถึงอย่างไรมันจะไม่มีรูปร่างที่เหมือนกับปัจจุบันแต่สิ่งเหล่านั้นก็ล้ำยุคไปไกลซะจนนักวิทยาศาสตร์หาคำตอบไม่ถูกเลยว่าทำได้อย่างไรไม่แน่ว่าสิ่งประดิษฐ์ที่เราคิดค้นกันแถบตายยุคนั้นก็อาจจะมีใช้กันเป็นเรื่องธรรมดาแล้วก็ได้ 

เดรสเดน โคเดกซ์ 

สารพัดภาพวาดเขียนที่เราเห็นอยู่นี้มันไม่ใช่ผลงานศิลปะแต่อย่างใดแต่เป็นบันทึกของภาพภาพอักษรของชาวมายาที่ดูแปลกตาเอามากๆมีการพับทบไปมาคล้ายกับพัดหากกางออกก็จะมีความยาวถึง 3.7เมตรหลังจากที่ได้ตีความออกมาก็ได้พบว่าเนื้อหาที่อยู่ข้างในเป็นประวัติศาสตร์และตารางดาราศาสตร์เมืองชีเชนอิตซา ในประเทศเม็กซิโกที่แม่นยำสุดๆคลาดเคลื่อนเพียงนิดเดียวเพียงเท่านั้นจากการวิจัยครั้งใหม่ได้ข้อสรุปว่า มีนักดาราศาสตร์ชาวมายาคนเดียวได้จัดทำแบบจำลอง

เพื่อใช้เอาไว้บอกตำแหน่งของดาวศุกร์ในตอนกลางคืนล้วงหน้าหลายร้อยปีแต่สิ่งที่หน้าทึ่งและได้ชวนงงมากก็คือผู้สร้างบันทึกชิ้นนี้เขาได้ใช้อุปกรณ์อะไรหรือใช้วิทีไหนใช้ในการบันทึกกันแน่เพราะมันจะเป็นไปไม่ได้ที่คนเราจะสามารถมากทำอะไรแบบนี้ได้และก็ต้องหน้าเสียดายที่ตัวเริ่มเสียหายมาจากน้ำรวมถึงไม่มีข้อความฝากรักเอาไว้ในนั้นด้วยจึงได้ทำให้บันทึกนี้ยังคงเป็นปริศนาที่คาใจกันอยู่ต่อไป

ดิส โคลกานเท

ถ้าเราดูผ่านๆตาแล้วมันอาจจะดูเหมือนกับใบพัดลมหรือฉาบที่ติดอยู่บนกลองชุดแต่จริงๆแล้วเจ้านี่นั้นเป็นของโบราณ ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่าทำไมๆมันดูมีสมมารและความเพรียวสุดๆจนมันดูล้ำยุคได้ขนาดนี้อย่างกับหลุดออกมาจากในหนังกันเลยทีเดียว หากว่าเรามองดูดีๆเจ้าแผนสจานชิ้นนี้จะคล้ายกับดาราจักรชนิดก้นหอยเมื่อได้นำเอาไปวางซ้อนกับภาพกาแลกซี่จำลองแล้ว ที่บนใบแฉกหนึ่งใบนั้นยังมีเครื่องหมายที่ได้ระบุตำแหน่งที่ตั้งของระบบสุริยะ ในกาแลกซี่ทางช้างเผือกได้อย่างแม่นยำ

เพราะความที่สุดประหลาดใจครั้งนี้จนต้องทำให้ นักวิทยาศาสตร์ได้ งง  กันไปอีกแล้วว่าทำไมมนุษย์ที่อยู่ในยุคนั้นถึงได้มีข้อมูลแบบนั้นได้ทั้งๆที่พวกเราไดค้นหากันอย่างเหน็ดเหนื่อยก็เลยทีเดียวและยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่มันยังคงคาใจของเหล่านักวิทยาศาสตร์ในรุ่นหลังก็คือข้อมูลที่ได้สลัดอยู่บนฉาก รวมไปถุงรอยนูนตรงกลางว่ามันคืออะไรและไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็นแผนที่ของมนุษย์ต่างดาวก็เป็นได้

 

สนับสนุนโดย  sagame